บทความสุขภาพ

Knowledge

ปัสสาวะน้อย ปัสสาวะไม่ค่อยออก อาการนี้เป็นอะไรได้บ้าง?

นพ. วิศิษฐ์ ลิ่วลมไพศาล

ปัสสาวะน้อย ปัสสาวะไม่ค่อยออก อาการนี้เป็นอะไรได้บ้าง?

ปัสสาวะน้อย อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีความผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม โดยปกติผู้ใหญ่จะปัสสาวะประมาณ 4-8 ครั้งต่อวัน หรือมีปริมาณรวมราว 800-2,000 มิลลิลิตร ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ดื่มและสภาพอากาศ แต่หากปัสสาวะออกน้อยลงอย่างชัดเจน ปัสสาวะลำบาก หรือแทบไม่ออกเลย อาจสัมพันธ์กับภาวะผิดปกติที่ควรสังเกตอาการ และพิจารณาเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


Key Takeaways


  • ปัสสาวะน้อยอาจเกิดจากภาวะชั่วคราว เช่น ดื่มน้ำน้อย ขาดน้ำ หรือผลข้างเคียงจากยา แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคไต หรือการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะได้
  • หากปัสสาวะน้อยต่อเนื่อง ปัสสาวะลำบาก หรือมีอาการร่วม เช่น บวม เหนื่อย ปวดท้องน้อย ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
  • ป้องกันตนเองจากภาวะปัสสาวะน้อยได้ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่กลั้นปัสสาวะ ควบคุมโรคประจำตัว และสังเกตความผิดปกติของการขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ

อาการปัสสาวะน้อยเป็นแบบไหน? สังเกตอย่างไรว่าเข้าข่ายผิดปกติ


ภาวะปัสสาวะน้อย (Oliguria) คือการที่ร่างกายผลิตปัสสาวะลดลงกว่าปกติอย่างชัดเจน ซึ่งในผู้ใหญ่โดยทั่วไปจะมีปริมาณปัสสาวะประมาณ 800-2,000 มิลลิลิตรต่อวัน หากปัสสาวะลดลงต่ำกว่าประมาณ 400-500 มิลลิลิตรต่อวัน หรือมีความถี่ในการปัสสาวะลดลงร่วมกับความรู้สึกปัสสาวะลำบาก อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของสมดุลน้ำในร่างกาย การทำงานของไต หรือการอุดกั้นในทางเดินปัสสาวะ ภาวะนี้ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย


อาการที่เข้าข่ายปัสสาวะน้อย ได้แก่


  • ปัสสาวะออกน้อยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
  • ปัสสาวะน้อยกว่า 400-500 มิลลิลิตรต่อวัน
  • ปัสสาวะน้อย แต่บ่อย
  • ปัสสาวะไม่บ่อย หรือห่างกว่าปกติ
  • รู้สึกปวดปัสสาวะแต่ปัสสาวะออกเพียงเล็กน้อย ฉี่ไม่สุด
  • ปัสสาวะลำบาก ต้องเบ่ง หรือเกร็งหน้าท้องเพื่อปัสสาวะ
  • ปัสสาวะไหลและหยุดเป็นช่วง ๆ ไหลไม่ต่อเนื่อง
  • มีอาการบวม เหนื่อย หรือกระหายน้ำร่วมด้วย

ปัสสาวะน้อยเกิดจากอะไรได้บ้าง? รวมสาเหตุที่ควรรู้


ปัสสาวะน้อย สาเหตุ

ภาวะปัสสาวะน้อยสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน สภาพแวดล้อม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลน้ำในร่างกาย โดยสาเหตุที่อาจทำให้ปัสสาวะน้อยมีดังนี้


  • ดื่มน้ำน้อย หรือสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ
  • เหงื่อออกมากจากอากาศร้อน หรือการออกกำลังกาย
  • อาเจียนหรือท้องเสีย ทำให้ร่างกายขาดน้ำ
  • การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

กรณีดังกล่าวอาจเป็นเพียงภาวะชั่วคราว ทั้งนี้หากปัสสาวะออกน้อยเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ อาจสะท้อนความผิดปกติที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม


  • การสูญเสียเลือดหรือของเหลวในร่างกาย
  • ความผิดปกติของไต
  • กระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว
  • มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ
  • การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

ปัสสาวะน้อยอาจเป็นสัญญาณของโรคอะไรได้บ้าง?


ภาวะปัสสาวะน้อยไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมหรือการขาดน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่เกี่ยวข้องกับไตและระบบทางเดินปัสสาวะ โดยโรคที่อาจก่อให้เกิดอาการปัสสาวะน้อย ได้แก่


  • โรคไตเฉียบพลันหรือไตวายเฉียบพลัน เป็นภาวะที่การทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้ไตไม่สามารถกรองของเสียและขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายได้ตามปกติ ส่งผลให้ปริมาณปัสสาวะลดลงอย่างชัดเจน หรือบางรายอาจปัสสาวะไม่ออกเลย
  • โรคไตวายเรื้อรัง เป็นภาวะที่ไตเสื่อมลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ความสามารถในการกรองของเสียและควบคุมสมดุลน้ำในร่างกายลดลง เมื่อเข้าสู่ระยะที่การทำงานของไตลดลงมาก ผู้ป่วยอาจมีอาการปัสสาวะน้อยลง บวม เหนื่อยง่าย หรือมีของเสียคั่งในร่างกาย
  • นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในไต นิ่วท่อไต นิ่วจะไปขวางทางเดินปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะขัด เจ็บขณะปัสสาวะได้
  • ต่อมลูกหมากโต พบได้ในผู้ชายสูงอายุ ต่อมลูกหมากที่โตจะไปกดทับทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะน้อย ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะไม่ออกได้
  • อุ้งเชิงกรานหย่อน พบได้ในผู้หญิงสูงอายุ อวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อนอาจไปกดเบียดทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะน้อยได้
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะรุนแรง ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ บวม และขัดขวางการไหลของน้ำปัสสาวะ มักจะมีอาการแสบขัดขณะปัสสาวะ หรือปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย
  • ท่อปัสสาวะตีบ มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรัง การบาดเจ็บซ้ำจนเป็นพังผืด ทำให้น้ำปัสสาวะไหลออกได้ลำบากขึ้น รู้สึกปวดฉี่แต่ฉี่ไม่ออก
  • เนื้องอก ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกที่ระบบทางเดินปัสสาวะหรืออวัยวะใกล้เคียง อาจไปกดเบียดทางไหลของน้ำปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะน้อยได้
  • ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น การบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังหรือไขสันหลัง ส่วนที่ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ หรือโรคเบาหวานที่อาจทำให้ปลายประสาทผิดปกติ
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เพียงพอ เลือดที่ไปเลี้ยงไตจะลดลง ส่งผลให้ไตกรองของเสียและผลิตปัสสาวะได้น้อยลง ร่างกายจึงเกิดการคั่งของน้ำ ทำให้มีอาการบวม เหนื่อย หายใจลำบาก และปัสสาวะน้อย โดยเฉพาะในระยะที่อาการรุนแรง
  • ภาวะช็อกหรือการสูญเสียเลือดมาก เป็นภาวะฉุกเฉินที่ทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างมาก เลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญรวมถึงไตไม่เพียงพอ ส่งผลให้ไตหยุดทำงานชั่วคราว และระดับน้ำปัสสาวะลดลงอย่างรวดเร็ว

ปัสสาวะน้อยอาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง?


ปัสสาวะน้อย บวมน้ํา

ภาวะปัสสาวะน้อยหากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ของเสียและน้ำส่วนเกินคั่งค้างในร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญหลายระบบ โดยเฉพาะไต หัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิต โดยอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อปัสสาวะน้อยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่


  • อาการปวด ในรายที่ปัสสาวะน้อย แต่น้ำปัสสาวะยังคงเต็มกระเพาะปัสสาวะ จะเกิดอาการปวดทรมาน และสังเกตได้ว่ามีก้อนที่หัวหน่าว ซึ่งมาจากการที่น้ำปัสสาวะเต็มกระเพาะปัสสาวะ
  • การติดเชื้อ น้ำปัสสาวะที่คั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อง่ายขึ้น
  • นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ น้ำปัสสาวะที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะนาน อาจเกิดการตกผลึกของแร่ธาตุ ทำให้เกิดนิ่วได้
  • อาการบวมที่หน้า มือ เท้า หรือทั่วร่างกายจากการคั่งของน้ำ
  • ความดันโลหิตสูง จากการคั่งของของเหลว
  • ภาวะหัวใจทำงานหนัก หรือหัวใจล้มเหลว
  • ความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ในเลือด เช่น โพแทสเซียมสูง
  • หายใจลำบาก จากน้ำคั่งในปอด
  • ภาวะของเสียคั่งในเลือด (ยูรีเมีย) ทำให้คลื่นไส้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

การวินิจฉัยภาวะปัสสาวะน้อย ต้องตรวจอะไรบ้าง


เมื่อมีอาการปัสสาวะน้อย แพทย์จะตรวจประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากพฤติกรรมชั่วคราว ความผิดปกติของไต การอุดกั้นในทางเดินปัสสาวะ หรืออาการทางระบบประสาท ซึ่งปัสสาวะออกน้อยจะมีข้อวินิจฉัยดังนี้


  • ซักประวัติอาการ ปริมาณน้ำที่ดื่ม ยาที่ใช้ และโรคประจำตัว
  • ตรวจร่างกายเพื่อประเมินภาวะขาดน้ำ อาการบวม หรือความดันโลหิต
  • ตรวจต่อมลูกหมากในผู้ชาย หรือตรวจภายในผู้หญิง
  • ตรวจปัสสาวะ เพื่อดูความเข้มข้น การติดเชื้อ หรือความผิดปกติอื่น
  • ตรวจเลือด เพื่อประเมินการทำงานของไตและสมดุลเกลือแร่
  • อัลตราซาวนด์ไตและระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อตรวจหาการอุดกั้น นิ่ว หรือความผิดปกติของโครงสร้าง
  • การตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) หรือการส่องกล้องทางเดินปัสสาวะ หากสงสัยว่ามีความผิดปกติที่ซับซ้อน

ปัสสาวะน้อยรักษาอย่างไร?


ปัสสาวะน้อย รักษา

การรักษาภาวะปัสสาวะน้อยขึ้นอยู่กับสาเหตุหรือโรคที่เป็นต้นเหตุของอาการปัสสาวะน้อย แต่ในเบื้องต้นจะต้องทำให้น้ำปัสสาวะออกมาให้ได้ก่อนในกรณีที่ไม่มีภาวะขาดน้ำ โดยวิธีดังนี้


  • การใส่สายสวนปัสสาวะ เป็นวิธีขั้นต้นเพื่อระบายน้ำปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะ
  • กรณีที่มีเลือดออกที่ทางเดินปัสสาวะ ให้สวนล้างเลือดออกให้หมด หรือใช้ไฟฟ้าจี้ห้ามเลือดก่อนสวนปัสสาวะออก
  • ใช้เครื่องมือถ่างท่อปัสสาวะ กรณีที่ทางเดินปัสสาวะตีบหรืออุดตัน
  • เจาะรูใส่สายสวนทางหน้าท้อง ในกรณีที่ไม่สามารถใส่สายสวนหรือใช้เครื่องมือถ่างท่อปัสสาวะได้

หลังจากนั้นจะเป็นการรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ ซึ่งจะมีแนวทางการรักษาดังนี้


  • ให้ยาปฏิชีวนะ ยาลดการอักเสบกรณีที่เกิดการติดเชื้อ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • การรักษาเฉพาะทาง เช่น สลายนิ่ว การผ่าตัด
  • ควบคุมโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อไต เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  • การบำบัดทดแทนไต เช่น ฟอกเลือด ในกรณีที่ไตทำงานลดลงรุนแรง

ป้องกันปัสสาวะน้อยได้อย่างไร?


แม้อาการปัสสาวะน้อยบางกรณีจะเกิดจากโรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หลายสาเหตุสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพ และปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม


  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เป็นวิธีกระตุ้นปัสสาวะให้สามารถขับออกได้ตามปกติ
  • หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ระมัดระวังการใช้ยาที่อาจมีผลต่อไต และใช้ตามคำแนะนำแพทย์

ปัสสาวะน้อยอย่ามองข้าม อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ควรรีบตรวจรักษา


ปัสสาวะน้อยอาจดูเป็นอาการเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วอาจสะท้อนความผิดปกติของร่างกาย ตั้งแต่ภาวะขาดน้ำไปจนถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับไตและระบบทางเดินปัสสาวะ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การสังเกตอาการของตนเอง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพบแพทย์เมื่อมีความผิดปกติ จะช่วยป้องกันและรักษาได้อย่างทันท่วงที


หากคุณมีอาการปัสสาวะน้อย ปัสสาวะลำบาก หรือสงสัยถึงภาวะโรคไต สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมดูแลด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไตและระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัย เพื่อให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมในทุกขั้นตอน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัสสาวะน้อย


1. อาการปัสสาวะน้อยอันตรายไหม?


อาจไม่อันตรายหากเกิดจากดื่มน้ำน้อยหรือขาดน้ำชั่วคราว แต่ถ้าเป็นต่อเนื่องหรือมีอาการบวม เหนื่อย ปัสสาวะไม่ออก ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคไตหรือภาวะรุนแรงอื่น ๆ


References


Oliguria (Low Urine Output). (2025, May 08). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22271-oliguria


Haider MZ, Aslam A. Oliguria. [Updated 2023 Jul 31]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK560738/


Winsborough, H. (2025, October 24). What Is Oliguria? WebMD. https://www.webmd.com/a-to-z-guides/oliguria-facts

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (1)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital