ปัสสาวะน้อย อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีความผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม โดยปกติผู้ใหญ่จะปัสสาวะประมาณ 4-8 ครั้งต่อวัน หรือมีปริมาณรวมราว 800-2,000 มิลลิลิตร ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ดื่มและสภาพอากาศ แต่หากปัสสาวะออกน้อยลงอย่างชัดเจน ปัสสาวะลำบาก หรือแทบไม่ออกเลย อาจสัมพันธ์กับภาวะผิดปกติที่ควรสังเกตอาการ และพิจารณาเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
Key Takeaways
- ปัสสาวะน้อยอาจเกิดจากภาวะชั่วคราว เช่น ดื่มน้ำน้อย ขาดน้ำ หรือผลข้างเคียงจากยา แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคไต หรือการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะได้
- หากปัสสาวะน้อยต่อเนื่อง ปัสสาวะลำบาก หรือมีอาการร่วม เช่น บวม เหนื่อย ปวดท้องน้อย ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
- ป้องกันตนเองจากภาวะปัสสาวะน้อยได้ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่กลั้นปัสสาวะ ควบคุมโรคประจำตัว และสังเกตความผิดปกติของการขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ
อาการปัสสาวะน้อยเป็นแบบไหน? สังเกตอย่างไรว่าเข้าข่ายผิดปกติ
ภาวะปัสสาวะน้อย (Oliguria) คือการที่ร่างกายผลิตปัสสาวะลดลงกว่าปกติอย่างชัดเจน ซึ่งในผู้ใหญ่โดยทั่วไปจะมีปริมาณปัสสาวะประมาณ 800-2,000 มิลลิลิตรต่อวัน หากปัสสาวะลดลงต่ำกว่าประมาณ 400-500 มิลลิลิตรต่อวัน หรือมีความถี่ในการปัสสาวะลดลงร่วมกับความรู้สึกปัสสาวะลำบาก อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของสมดุลน้ำในร่างกาย การทำงานของไต หรือการอุดกั้นในทางเดินปัสสาวะ ภาวะนี้ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย
อาการที่เข้าข่ายปัสสาวะน้อย ได้แก่
- ปัสสาวะออกน้อยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
- ปัสสาวะน้อยกว่า 400-500 มิลลิลิตรต่อวัน
- ปัสสาวะน้อย แต่บ่อย
- ปัสสาวะไม่บ่อย หรือห่างกว่าปกติ
- รู้สึกปวดปัสสาวะแต่ปัสสาวะออกเพียงเล็กน้อย ฉี่ไม่สุด
- ปัสสาวะลำบาก ต้องเบ่ง หรือเกร็งหน้าท้องเพื่อปัสสาวะ
- ปัสสาวะไหลและหยุดเป็นช่วง ๆ ไหลไม่ต่อเนื่อง
- มีอาการบวม เหนื่อย หรือกระหายน้ำร่วมด้วย
ปัสสาวะน้อยเกิดจากอะไรได้บ้าง? รวมสาเหตุที่ควรรู้

ภาวะปัสสาวะน้อยสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน สภาพแวดล้อม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลน้ำในร่างกาย โดยสาเหตุที่อาจทำให้ปัสสาวะน้อยมีดังนี้
- ดื่มน้ำน้อย หรือสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ
- เหงื่อออกมากจากอากาศร้อน หรือการออกกำลังกาย
- อาเจียนหรือท้องเสีย ทำให้ร่างกายขาดน้ำ
- การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
- ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
กรณีดังกล่าวอาจเป็นเพียงภาวะชั่วคราว ทั้งนี้หากปัสสาวะออกน้อยเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ อาจสะท้อนความผิดปกติที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
- การสูญเสียเลือดหรือของเหลวในร่างกาย
- ความผิดปกติของไต
- กระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว
- มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ
- การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
ปัสสาวะน้อยอาจเป็นสัญญาณของโรคอะไรได้บ้าง?
ภาวะปัสสาวะน้อยไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมหรือการขาดน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่เกี่ยวข้องกับไตและระบบทางเดินปัสสาวะ โดยโรคที่อาจก่อให้เกิดอาการปัสสาวะน้อย ได้แก่
- โรคไตเฉียบพลันหรือไตวายเฉียบพลัน เป็นภาวะที่การทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้ไตไม่สามารถกรองของเสียและขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายได้ตามปกติ ส่งผลให้ปริมาณปัสสาวะลดลงอย่างชัดเจน หรือบางรายอาจปัสสาวะไม่ออกเลย
- โรคไตวายเรื้อรัง เป็นภาวะที่ไตเสื่อมลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ความสามารถในการกรองของเสียและควบคุมสมดุลน้ำในร่างกายลดลง เมื่อเข้าสู่ระยะที่การทำงานของไตลดลงมาก ผู้ป่วยอาจมีอาการปัสสาวะน้อยลง บวม เหนื่อยง่าย หรือมีของเสียคั่งในร่างกาย
- นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในไต นิ่วท่อไต นิ่วจะไปขวางทางเดินปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะขัด เจ็บขณะปัสสาวะได้
- ต่อมลูกหมากโต พบได้ในผู้ชายสูงอายุ ต่อมลูกหมากที่โตจะไปกดทับทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะน้อย ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะไม่ออกได้
- อุ้งเชิงกรานหย่อน พบได้ในผู้หญิงสูงอายุ อวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อนอาจไปกดเบียดทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะน้อยได้
- การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะรุนแรง ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ บวม และขัดขวางการไหลของน้ำปัสสาวะ มักจะมีอาการแสบขัดขณะปัสสาวะ หรือปัสสาวะเป็นเลือดร่วมด้วย
- ท่อปัสสาวะตีบ มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรัง การบาดเจ็บซ้ำจนเป็นพังผืด ทำให้น้ำปัสสาวะไหลออกได้ลำบากขึ้น รู้สึกปวดฉี่แต่ฉี่ไม่ออก
- เนื้องอก ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกที่ระบบทางเดินปัสสาวะหรืออวัยวะใกล้เคียง อาจไปกดเบียดทางไหลของน้ำปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะน้อยได้
- ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น การบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังหรือไขสันหลัง ส่วนที่ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ หรือโรคเบาหวานที่อาจทำให้ปลายประสาทผิดปกติ
- ภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เพียงพอ เลือดที่ไปเลี้ยงไตจะลดลง ส่งผลให้ไตกรองของเสียและผลิตปัสสาวะได้น้อยลง ร่างกายจึงเกิดการคั่งของน้ำ ทำให้มีอาการบวม เหนื่อย หายใจลำบาก และปัสสาวะน้อย โดยเฉพาะในระยะที่อาการรุนแรง
- ภาวะช็อกหรือการสูญเสียเลือดมาก เป็นภาวะฉุกเฉินที่ทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างมาก เลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญรวมถึงไตไม่เพียงพอ ส่งผลให้ไตหยุดทำงานชั่วคราว และระดับน้ำปัสสาวะลดลงอย่างรวดเร็ว
ปัสสาวะน้อยอาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง?

ภาวะปัสสาวะน้อยหากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ของเสียและน้ำส่วนเกินคั่งค้างในร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญหลายระบบ โดยเฉพาะไต หัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิต โดยอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อปัสสาวะน้อยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
- อาการปวด ในรายที่ปัสสาวะน้อย แต่น้ำปัสสาวะยังคงเต็มกระเพาะปัสสาวะ จะเกิดอาการปวดทรมาน และสังเกตได้ว่ามีก้อนที่หัวหน่าว ซึ่งมาจากการที่น้ำปัสสาวะเต็มกระเพาะปัสสาวะ
- การติดเชื้อ น้ำปัสสาวะที่คั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อง่ายขึ้น
- นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ น้ำปัสสาวะที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะนาน อาจเกิดการตกผลึกของแร่ธาตุ ทำให้เกิดนิ่วได้
- อาการบวมที่หน้า มือ เท้า หรือทั่วร่างกายจากการคั่งของน้ำ
- ความดันโลหิตสูง จากการคั่งของของเหลว
- ภาวะหัวใจทำงานหนัก หรือหัวใจล้มเหลว
- ความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ในเลือด เช่น โพแทสเซียมสูง
- หายใจลำบาก จากน้ำคั่งในปอด
- ภาวะของเสียคั่งในเลือด (ยูรีเมีย) ทำให้คลื่นไส้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
การวินิจฉัยภาวะปัสสาวะน้อย ต้องตรวจอะไรบ้าง
เมื่อมีอาการปัสสาวะน้อย แพทย์จะตรวจประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากพฤติกรรมชั่วคราว ความผิดปกติของไต การอุดกั้นในทางเดินปัสสาวะ หรืออาการทางระบบประสาท ซึ่งปัสสาวะออกน้อยจะมีข้อวินิจฉัยดังนี้
- ซักประวัติอาการ ปริมาณน้ำที่ดื่ม ยาที่ใช้ และโรคประจำตัว
- ตรวจร่างกายเพื่อประเมินภาวะขาดน้ำ อาการบวม หรือความดันโลหิต
- ตรวจต่อมลูกหมากในผู้ชาย หรือตรวจภายในผู้หญิง
- ตรวจปัสสาวะ เพื่อดูความเข้มข้น การติดเชื้อ หรือความผิดปกติอื่น
- ตรวจเลือด เพื่อประเมินการทำงานของไตและสมดุลเกลือแร่
- อัลตราซาวนด์ไตและระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อตรวจหาการอุดกั้น นิ่ว หรือความผิดปกติของโครงสร้าง
- การตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) หรือการส่องกล้องทางเดินปัสสาวะ หากสงสัยว่ามีความผิดปกติที่ซับซ้อน
ปัสสาวะน้อยรักษาอย่างไร?

การรักษาภาวะปัสสาวะน้อยขึ้นอยู่กับสาเหตุหรือโรคที่เป็นต้นเหตุของอาการปัสสาวะน้อย แต่ในเบื้องต้นจะต้องทำให้น้ำปัสสาวะออกมาให้ได้ก่อนในกรณีที่ไม่มีภาวะขาดน้ำ โดยวิธีดังนี้
- การใส่สายสวนปัสสาวะ เป็นวิธีขั้นต้นเพื่อระบายน้ำปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะ
- กรณีที่มีเลือดออกที่ทางเดินปัสสาวะ ให้สวนล้างเลือดออกให้หมด หรือใช้ไฟฟ้าจี้ห้ามเลือดก่อนสวนปัสสาวะออก
- ใช้เครื่องมือถ่างท่อปัสสาวะ กรณีที่ทางเดินปัสสาวะตีบหรืออุดตัน
- เจาะรูใส่สายสวนทางหน้าท้อง ในกรณีที่ไม่สามารถใส่สายสวนหรือใช้เครื่องมือถ่างท่อปัสสาวะได้
หลังจากนั้นจะเป็นการรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ ซึ่งจะมีแนวทางการรักษาดังนี้
- ให้ยาปฏิชีวนะ ยาลดการอักเสบกรณีที่เกิดการติดเชื้อ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- การรักษาเฉพาะทาง เช่น สลายนิ่ว การผ่าตัด
- ควบคุมโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อไต เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- การบำบัดทดแทนไต เช่น ฟอกเลือด ในกรณีที่ไตทำงานลดลงรุนแรง
ป้องกันปัสสาวะน้อยได้อย่างไร?
แม้อาการปัสสาวะน้อยบางกรณีจะเกิดจากโรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หลายสาเหตุสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพ และปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เป็นวิธีกระตุ้นปัสสาวะให้สามารถขับออกได้ตามปกติ
- หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ระมัดระวังการใช้ยาที่อาจมีผลต่อไต และใช้ตามคำแนะนำแพทย์
ปัสสาวะน้อยอย่ามองข้าม อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ควรรีบตรวจรักษา
ปัสสาวะน้อยอาจดูเป็นอาการเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วอาจสะท้อนความผิดปกติของร่างกาย ตั้งแต่ภาวะขาดน้ำไปจนถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับไตและระบบทางเดินปัสสาวะ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การสังเกตอาการของตนเอง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพบแพทย์เมื่อมีความผิดปกติ จะช่วยป้องกันและรักษาได้อย่างทันท่วงที
หากคุณมีอาการปัสสาวะน้อย ปัสสาวะลำบาก หรือสงสัยถึงภาวะโรคไต สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า พร้อมดูแลด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไตและระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัย เพื่อให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมในทุกขั้นตอน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัสสาวะน้อย
1. อาการปัสสาวะน้อยอันตรายไหม?
อาจไม่อันตรายหากเกิดจากดื่มน้ำน้อยหรือขาดน้ำชั่วคราว แต่ถ้าเป็นต่อเนื่องหรือมีอาการบวม เหนื่อย ปัสสาวะไม่ออก ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคไตหรือภาวะรุนแรงอื่น ๆ
References
Oliguria (Low Urine Output). (2025, May 08). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22271-oliguria
Haider MZ, Aslam A. Oliguria. [Updated 2023 Jul 31]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK560738/
Winsborough, H. (2025, October 24). What Is Oliguria? WebMD. https://www.webmd.com/a-to-z-guides/oliguria-facts