บทความสุขภาพ
Knowledge
พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

‘ไตเสื่อม’ ภาวะที่การทำงานของไตค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ร่างกายขับของเสีย ควบคุมสมดุลเกลือแร่ และควบคุมความดันโลหิตได้ไม่ดีเท่าที่ควร ไตเสื่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้จากภาวะแทรกซ้อนของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำร้ายไตในระยะยาว แม้ว่าอาการไตเสื่อมในระยะแรกอาจยังไม่แสดงอาการชัดเจน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจลุกลามจนเกิดภาวะไตวายเรื้อรัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างมาก
Key Takeaways
ไตเสื่อม คือภาวะที่ประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไตไม่สามารถกรองของเสีย ขับน้ำส่วนเกิน และควบคุมสมดุลของเกลือแร่ในร่างกายได้ตามปกติ ภาวะนี้มักเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หลายคนไม่ทันสังเกตอาการในระยะแรก จนกระทั่งไตถูกทำลายไปมากแล้ว จึงจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติที่กระทบต่อคุณภาพชีวิต และนำมาสู่โรคไตวายเรื้อรังที่ไตไม่สามารถทำหน้าที่ได้อีกต่อไป

อาการไตเสื่อมส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นผลจากปัจจัยสะสมที่ค่อย ๆ ทำลายการทำงานของไตโดยไม่รู้ตัว ซึ่งภาวะไตเสื่อมมักเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้
อย่างไรก็ตาม นอกจากไตเสื่อมที่เกิดจากความเสื่อมสะสมในระยะยาวแล้ว ไตยังอาจเกิดความผิดปกติ แบบฉับพลันจากปัจจัยบางอย่าง เช่น การติดเชื้อรุนแรง ภาวะขาดน้ำ หรือผลข้างเคียงจากยา ซึ่งเรียกว่า ‘ไตวายเฉียบพลัน’ ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถสังเกตอาการผิดปกติได้ชัดเจน ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
โรคไตมีกี่ระยะ? อาการไตเสื่อมสามารถแบ่งตามระดับการทำงานของไตได้เป็น 5 ระยะ วัดจากอัตราการกรองของไต (Glomerular Filtration Rate, GFR) ซึ่งแต่ละระยะมีความรุนแรงและผลกระทบต่อร่างกายแตกต่างกัน
ไตเสื่อมระยะ 1 (eGFR ≥ 90) เป็นระยะเริ่มต้นที่ไตยังทำงานได้เกือบปกติ ผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติที่รู้สึกได้ชัดเจน แต่สามารถตรวจพบความผิดปกติของไตจากผลเลือดหรือปัสสาวะ เช่น มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ สำหรับผู้ป่วยที่ตรวจค่าไตและพบว่าเริ่มมีภาวะไตเสื่อมตั้งแต่ระยะนี้ หากเริ่มดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ก็มีโอกาสที่จะชะลอโรคไม่ให้ลุกลามอย่างรวดเร็วได้
ไตเสื่อมระยะ 2 (eGFR 60-89) เป็นระยะที่การทำงานของไตเริ่มลดลงเล็กน้อย สามารถตรวจพบความผิดปกติในเลือดหรือปัสสาวะได้อย่างต่อเนื่อง เช่น มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะต่อเนื่อง หรือบางคนอาจพบค่า Creatinine ในเลือดสูง อย่างไรก็ตาม ไตเสื่อมระยะ 2 ส่วนใหญ่ก็ยังไม่แสดงอาการ แต่ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย หรือสังเกตเห็นปัสสาวะมีลักษณะผิดปกติเล็กน้อย
ไตเสื่อมระยะ 3 (eGFR 30-59) เป็นระยะที่ไตทำงานลดลงอย่างชัดเจน ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการบวม เหนื่อยง่าย ความดันโลหิตสูง หรือค่าของเสียในเลือดเริ่มสูงขึ้น สังเกตเห็นปัสสาวะเป็นฟอง หรือปัสสาวะกลางคืนบ่อยมากขึ้น ระยะนี้จำเป็นต้องได้รับการติดตามจากแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
ไตเสื่อมระยะ 4 (eGFR 15-29) เป็นระยะที่ไตสูญเสียความสามารถในการทำงานอย่างมาก ทำให้การขับของเสีย การรักษาสมดุลน้ำ เกลือแร่ รวมไปถึงการควบคุมความดันโลหิตทำได้ไม่ดี จนเกิดอาการที่สังเกตได้ชัด เช่น มีอาการมือบวม เท้าบวม เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียมาก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ คันตามตัว นอนไม่หลับ ผู้ป่วยระยะนี้จำเป็นต้องได้รับการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และแพทย์มักเริ่มวางแผนการรักษาด้วยการบำบัดทดแทนไต เพื่อเตรียมพร้อมหากเข้าสู่ระยะไตวายในอนาคต
ไตเสื่อมระยะ 5 (eGFR <15) หรือไตวายเรื้อรัง (Kidney Failure) เป็นระยะที่ไตทำงานได้น้อยมากหรือไม่ได้แล้ว ร่างกายไม่สามารถขับของเสียและน้ำส่วนเกินออกมาได้เอง หรือได้น้อยมาก หากไม่รักษาอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงชีวิต ซึ่งผู้ป่วยโรคไตเสื่อมระยะสุดท้ายมักจะต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือด การล้างไตทางหน้าท้อง หรือการปลูกถ่ายไต ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และความเหมาะสมในแต่ละราย

ผู้ป่วยไตเสื่อมมักมีอาการแสดงที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในระยะแรกที่อาจสังเกตได้ยาก อย่างไรก็ตาม อาการทั่วไปที่พบได้ในผู้ป่วยไตเสื่อมมีดังต่อไปนี้
แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีฟื้นฟูไตเสื่อมให้กลับมาเป็นปกติได้ทั้งหมด แต่การตรวจพบความผิดปกติโดยเร็วจะช่วยชะลอการเสื่อมของไต ลดภาวะแทรกซ้อน และยืดคุณภาพชีวิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อทราบว่ามีภาวะไตเสื่อม การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญอย่างมาก เพราะสามารถช่วยชะลอการเสื่อมของไต ลดภาวะแทรกซ้อน และคงคุณภาพชีวิตไว้ได้ในระยะยาว
การรับประทานอาหารมีผลโดยตรงต่อการทำงานของไต ผู้ป่วยไตเสื่อมควรลดอาหารเค็ม ลดอาหารแปรรูป ปรับปริมาณโปรตีนไม่ให้มากเกินจำเป็น รวมถึงควบคุมโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ผู้ป่วยไตเสื่อมไม่ควรดื่มน้ำน้อยหรือมากเกินไป ควรดื่มน้ำตามคำแนะนำของแพทย์ โดยพิจารณาจากระยะของโรค ปริมาณปัสสาวะ และภาวะบวม เพื่อไม่ให้ไตต้องทำงานหนักเกินไป
ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs รวมถึงสมุนไพรหรืออาหารเสริมบางประเภทอาจส่งผลเสียต่อไต ผู้ป่วยไตเสื่อมควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเอง และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนรับประทานยา
การออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความดันโลหิต และเสริมสุขภาพหัวใจ ซึ่งล้วนช่วยลดภาระการทำงานของไตได้
การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลให้ความดันโลหิตและการไหลเวียนของเลือดผิดปกติ ซึ่งอาจเร่งให้การเสื่อมของไตดำเนินเร็วขึ้น ผู้ป่วยไตเสื่อมจึงควรงดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยชะลอการเสื่อมของไต และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
การตรวจเลือดและปัสสาวะตามแพทย์นัดช่วยให้ทราบการเปลี่ยนแปลงของการทำงานไตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้แพทย์สามารถปรับแผนการรักษาและการดูแลได้ทันท่วงที
โดยส่วนมากแล้วไตเสื่อมเป็นภาวะที่ค่อย ๆ ดำเนินไปและอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก หากได้รับการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมดูแลตนเองอย่างเหมาะสม ทั้งการควบคุมโรคประจำตัว ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยชะลอการเสื่อมของไต ลดภาวะแทรกซ้อน และคงคุณภาพชีวิตไว้ได้ในระยะยาว
หากมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพไต หรือมีอาการที่เข้าข่ายไตเสื่อม สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยได้ที่ สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า ซึ่งมีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต พร้อมเทคโนโลยีการตรวจรักษาที่ได้มาตรฐาน เพื่อดูแลสุขภาพไตอย่างเหมาะสมในทุกระยะของโรค
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้ป่วยไตเสื่อมควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด อาหารแปรรูป อาหารที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง รวมถึงอาหารที่มีโปรตีนมากเกินจำเป็น โดยควรปรับตามระยะของโรคและคำแนะนำแพทย์
ควรรับประทานอาหารรสไม่จัด เน้นอาหารปรุงสุก ปรับปริมาณโปรตีนให้เหมาะสม เลือกผักผลไม้ตามคำแนะนำ และควบคุมโซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสให้เหมาะกับภาวะไต
ไม่จำเป็น ผู้ป่วยไตเสื่อมระยะแรกถึงปานกลางมักยังไม่ต้องฟอกไต การฟอกไตจะพิจารณาเมื่อเข้าสู่ไตวายระยะสุดท้าย หรือมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ควรเริ่มพบแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่ระยะต้นเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าไตเสื่อม เพื่อวางแผนดูแล และชะลอการเสื่อมของไตได้อย่างเหมาะสม
สามารถออกกำลังกายได้ โดยควรเลือกกิจกรรมระดับปานกลาง เช่น เดินหรือว่ายน้ำ และปรับความหนักให้เหมาะกับสภาพร่างกาย พร้อมปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัวร่วม
References
Stages of kidney disease (CKD). (2025, July 21). American Kidney Fund. https://www.kidneyfund.org/all-about-kidneys/stages-kidney-disease
Vaidya SR, Aeddula NR. Chronic Kidney Disease. [Updated 2024 Jul 31]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK535404/
Chronic Kidney Disease. (2023, May 7). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/15096-chronic-kidney-disease
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (1)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital