บทความสุขภาพ
Knowledge
ผศ.นพ. อรรถกร กาญจนพิบูลวงศ์

อาการปวดกระดูกที่พบได้ทั่วไป หากเป็นไม่หาย ไม่มีสาเหตุอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งกระดูก ซึ่งเป็นโรคร้ายที่เริ่มต้นอย่างเงียบ ๆ โดยที่เราไม่ทันสังเกต การทำความเข้าใจอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันชั้นดี เพื่อให้เรารับมือได้ทันท่วงที บทความนี้จะพาไปรู้จักสัญญาณเตือนความเสี่ยงต่าง ๆ ในการเป็นมะเร็งกระดูกที่ไม่ควรละเลย
Key Takeaways
มะเร็งกระดูกคือภาวะที่เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ในกระดูก ซึ่งอาจเกิดจากตัวเนื้อเยื่อกระดูกเอง หรือเป็นผลจากการแพร่กระจายของมะเร็งชนิดอื่น เป็นมะเร็งที่เป็นได้ยากและไม่มีให้เห็นบ่อย โดยสามารถแบ่งประเภทออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
มะเร็งกระดูกประเภทนี้เกิดจากความผิดปกติของเซลล์กระดูกโดยตรง มักพบในกระดูกของแขนและขา โดยเฉพาะบริเวณใกล้ส่วนข้อ เช่น ปวดข้อเท้า ข้อเข่า ข้อสะโพก หรือหัวไหล่ ถึงแม้ชนิดมะเร็งนี้จะพบได้น้อยมากในประชากรทั่วไป แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น ซึ่งถือเป็น กลุ่มโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วเพื่อเพิ่มโอกาสในการหายขาด
ในกรณีนี้กระดูกจะไม่ได้เป็นแหล่งกำเนิดของเซลล์มะเร็ง แต่เป็นเป้าหมายของการแพร่กระจายจากมะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไต และมะเร็งต่อมไทรอยด์ โดยเฉพาะในระยะลุกลามของโรค การกระจายของเซลล์มะเร็งมายังกระดูกพบได้บ่อยในส่วนกลางของร่างกาย เช่น กระดูกสันหลัง เชิงกราน หรือซี่โครง โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด จะมีภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับกระดูกในรูปแบบนี้

มะเร็งกระดูกเป็นโรคที่มีสัญญาณและอาการที่ยังไม่ทราบสัญญาณบ่งบอกแน่ชัด และมีอาการที่อาจทำให้สับสนกับการปวดกล้ามเนื้อทั่วไปได้ แต่ก็สามารถสังเกตอาการต่าง ๆ ร่วมเพื่อที่จะเข้ารับการวินิจฉัยได้อย่างตรงจุด และหากรู้จักอาการเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเข้ารับการตรวจและรักษาได้ทันเวลา โดยอาการมะเร็งกระดูกที่แสดงออกมาจะแบ่งตามชนิดของโรค คือชนิดปฐมภูมิและชนิดทุติยภูมิ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันไป
มักจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดกระดูกเฉพาะจุด เช่น ปวดเข่าในลักษณะเรื้อรังและเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และมักปวดกระดูกตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังสามารถพบก้อนเนื้อบริเวณกระดูกที่ผิดปกติ รวมถึงความผิดรูปของแขนหรือขาในตำแหน่งที่เป็นโรค บางครั้งกระดูกอาจจะหักโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
อาจจะไม่ปวดหรือมีก้อนเนื้อเหมือนปฐมภูมิ แต่ผู้ป่วยอาจพบภาวะกระดูกหักผิดปกติ เช่น กระดูกหักจากแรงกระทำเล็กน้อย หรือแม้แต่เดินแล้วหกล้ม นอกจากนี้ยังอาจมีอาการทางระบบประสาทในกรณีที่มะเร็งกระจายมาที่บริเวณกระดูกสันหลัง เช่น อาการชา อ่อนแรง หรือแม้กระทั่งอัมพาตในบางกรณี ซึ่งอาจมาพร้อมกับอาการปวดกระดูกสันหลังหรือสะบักเนื่องจากมะเร็งได้
ปัจจุบันยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่ามะเร็งกระดูกเกิดขึ้นจากสาเหตุใดอย่างแน่ชัด แต่การศึกษาวิจัยพบว่าปัจจัยหลายอย่างมีส่วนกระตุ้นหรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้ โดยปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้
การวินิจฉัยโรคมะเร็งกระดูกจำเป็นต้องใช้วิธีการตรวจหลายขั้นตอนร่วมกัน เพื่อให้ทราบชนิด ขนาดและตำแหน่ง และแพร่กระจายของมะเร็ง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น โดยขั้นตอนการวินิจฉัยก็จะมีดังนี้

เป้าหมายการรักษามะเร็งกระดูกแต่ละชนิดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาให้เหมาะสมที่สุดกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งโดยทั่วไปวิธีรักษาก็จะมี ดังนี้
การรักษามะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิจะเน้นรักษาให้หายขาด โดยใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกัน เริ่มจากการผ่าตัดเพื่อเอาก้อนมะเร็งออกจากร่างกาย หากตำแหน่งที่พบมะเร็งอยู่ในจุดที่สามารถผ่าตัดได้โดยไม่กระทบต่ออวัยวะสำคัญ โดยแพทย์จะพยายามเก็บอวัยวะส่วนที่ดีไว้ให้มากที่สุด และบางกรณีหากจำเป็นต้องตัดส่วนสำคัญอาจมีการใส่อวัยวะเทียมทดแทนได้ทั้งนี้ขึ้นกับว่าเป็นตำแหน่งที่สามารถใส่อวัยวะเทียมได้เช่นกัน นอกจากนี้อาจจะเสริมด้วยการให้เคมีบำบัดหรือรังสีรักษาก่อนหรือหลังการผ่าตัด เพื่อลดขนาดหรือทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่ (ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดและระยะของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย) ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง
มะเร็งกระดูกชนิดทุติยภูมิ จะมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การรักษาหลักมักใช้วิธีการให้เคมีบำบัดหรือรังสีรักษาเพื่อลดขนาดก้อนมะเร็ง ช่วยควบคุมโรค และบรรเทาอาการปวด การผ่าตัดจะทำในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น เช่น เมื่อกระดูกเสี่ยงหัก หรือมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ก็ตาม
มะเร็งกระดูกเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะอาการปวดเรื้อรังที่อาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หากมีอาการปวดบ่อยครั้ง และมีอาการเข้าข่ายดังที่กล่าวมาควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อที่หากพบว่าเป็นมะเร็งกระดูกจะได้เข้ารับการรักษาตามกระบวนการอย่างทันท่วงที ป้องกันการลุกลามที่จะส่งผลต่อสุขภาพในอนาคต
การสังเกตอาการมะเร็งกระดูกระยะแรกจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีมากขึ้น ขอแนะนำให้เข้ารับการดูแลกับทีมแพทย์ที่ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้าเพื่อการวางแผนการรักษาอย่างตรงจุด และคงคุณภาพชีวิตให้ดีใกล้เคียงปกติมากขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่น่าจับตามองในการรักษามะเร็งกระดูกในอนาคต ได้แก่ การรักษาด้วยยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) การบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน (Immunotherapy) และการใช้ AI ร่วมกับการวินิจฉัยภาพถ่ายทางการแพทย์เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา
การรักษาสามารถหายขาดได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี แต่อัตราการหายขึ้นอยู่กับประเภทของมะเร็ง ระยะโรค และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ในกรณีที่รุนแรงและมีความเสี่ยงที่การรักษาจะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง แพทย์อาจจะแนะนำให้ประคับประคองอาการมากกว่า
References
Bone cancer: Symptoms, treatment & outlook. (2018, October 31). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/17745-bone-cancer
Bone cancer. (2025, May 20). NHS. https://www.nhs.uk/conditions/bone-cancer/
Bone cancer (bone tumors). (2024, December 17). WebMD. https://www.webmd.com/cancer/bone-tumors
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (0)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital