บทความสุขภาพ

Knowledge

ปัสสาวะไม่ออก อาการเตือนโรคระบบทางเดินปัสสาวะที่ต้องระวัง

พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

รู้สึกปวดปัสสาวะ แต่กลับปัสสาวะไม่ออก เป็นอาการที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ไม่น้อย อีกทั้งสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะไม่ออกอาจกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว หากมีอาการปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะได้ไม่สุด ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ให้รีบตรวจหาสาเหตุและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต


Key Takeaways


  • ปัสสาวะไม่ออกเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอุดตันทางเดินปัสสาวะ, ความผิดปกติของระบบประสาท, กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือผลจากการใช้ยา
  • อาการบ่งชี้ว่ามีอาการปัสสาวะไม่ออก ได้แก่ ปัสสาวะไหลช้า กะปริบกะปรอย ต้องเบ่งถึงจะออก หรือยังรู้สึกปวดแม้ปัสสาวะเสร็จแล้ว
  • การรักษาอาการปัสสาวะไม่ออกขึ้นอยู่กับต้นเหตุของอาการ แพทย์อาจเลือกการใช้ยา การใส่สวนระบายปัสสาวะ หรือผ่าตัดในกรณีที่อาการรุนแรง
  • หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจนอาการหายขาด อาจนำมาสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ปวดท้องรุนแรง, การติดเชื้อ, การเกิดนิ่ว หรือภาวะไตวายที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ปัสสาวะไม่ออกคืออะไร?


ปัสสาวะไม่ออก หรือฉี่ไม่ออก คืออาการที่ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดฉี่แต่ฉี่ไม่ออก ฉี่ออกมากะปริบกะปรอย หรือฉี่ไม่สุดเหมือนปวดฉี่ตลอด ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้ป่วยไม่สามารถขับถ่ายปัสสาวะออกมาได้ตามปกติ ซึ่งการปัสสาวะออกมาไม่ได้ หรือปัสสาวะออกมาน้อย อาจทำให้ปัสสาวะคั่งค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ และหากปล่อยเอาไว้เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ในที่สุด


ปัสสาวะไม่ออกเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง?


ฉี่ไม่ออกเกิดจากอะไร

ปัสสาวะไม่ออก เกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้


1. มีการอุดกั้นหรือตีบตันที่ทางเดินปัสสาวะ


เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยเมื่อผู้ป่วยมีอาการฉี่ไม่ออก โดยไตยังทำหน้าที่ในการกรองของเสียออกจากเลือดในรูปแบบน้ำปัสสาวะตามปกติ แต่ร่างกายไม่สามารถระบายน้ำปัสสาวะออกไปได้ตามปกติ ซึ่งอาจเกิดจากโรคหรือภาวะดังนี้


  • ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia : BPH) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในผู้ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุ•ภาวะท่อปัสสาวะตีบแคบ (Urethral Stricture) อาจเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้ท่อปัสสาวะฉีกขาด หรือเกิดจากการขาดฮอร์โมนในผู้หญิง
  • ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน (Genitourinary Prolapse) เป็นอีกสาเหตุเมื่อมีอาการปวดฉี่แต่ฉี่ไม่ออกในผู้หญิง พบบ่อยในช่วงวัยกลางคนและผู้สูงอายุ
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection: UTI) เช่น ท่อปัสสาวะอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งการอักเสบทำให้เกิดการบวมหรือตีบแคบ หรืออาจเกิดสารคัดหลั่งที่ทำให้ปัสสาวะยากขึ้น
  • นิ่วในทางเดินปัสสาวะ (Urolithiasis) เกิดจากการตกตะกอนของสารในปัสสาวะจนกลายเป็นผลึก และไปอุดตันในท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออก หรือเจ็บเมื่อปัสสาวะ
  • เนื้องอกหรือมะเร็งที่เกิดในทางเดินปัสสาวะหรืออวัยวะใกล้เคียง ซึ่งอาจไปกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้
  • อาการท้องผูกรุนแรง อุจจาระที่คั่งค้างในทวารหนักอาจไปกดเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออก

2. ระบบประสาททำงานผิดปกติ


ปัสสาวะไม่ออกอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ หรือหูรูดปัสสาวะ ทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว หรือหูรูดปัสสาวะไม่คลายตัว จึงไม่สามารถปัสสาวะออกมาได้แม้ว่าจะรู้สึกปวดปัสสาวะก็ตาม ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้


  • การบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคปลอดประสาทเสื่อมแข็ง
  • ความผิดปกติของเส้นประสาทไขสันหลัง

3. กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรง


เกิดจากกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะเสื่อม ทำให้กระเพาะปัสสาวะไม่สามารถบีบตัวได้เต็มที่ มักพบในผู้สูงอายุ


4. การใช้ยาบางชนิด


ยาบางชนิดมีผลต่อระบบประสาท ซึ่งอาจไปรบกวนการส่งสัญญาณไปยังกระเพาะปัสสาวะ และไม่สามารถบีบตัวเพื่อขับน้ำปัสสาวะออกมาได้ตามปกติ เช่น ยาต้านเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclic Antidepressants : TCA), ยาต้านฮิสตามีน, ยาคลายกล้ามเนื้อ, ยาลดอาการคัดจมูก เป็นต้น


อาการแบบไหนจึงจะเรียกว่าปัสสาวะไม่ออก


ฉี่ไม่ออก อาการ

การเข้าใจอาการปัสสาวะไม่ออกอย่างถูกต้อง จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินอาการและวินิจฉัยผู้ป่วยได้แม่นยำขึ้น ซึ่งหากคุณกำลังเผชิญกับอาการดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นอาการปัสสาวะไม่ออก


  • ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ไหลน้อย เป็นหยด
  • ปัสสาวะไหลไม่สม่ำเสมอ มีช่วงที่ไหลและช่วงที่หยุด
  • ต้องเกร็งหน้าท้อง หรือออกแรงเบ่งเพื่อปัสสาวะ
  • มีความรู้สึกปวดปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อต้องการปัสสาวะกลับขับถ่ายไม่ออก
  • หลังปัสสาวะเสร็จก็ยังรู้สึกปวดปัสสาวะอยู่

อาการปัสสาวะไม่ออกอาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ซึ่งมักจะมีอาการรุนแรงแบบทันทีทันใด หรือปัสสาวะไม่ออกเรื้อรังที่อาจมีอาการเป็นครั้งคราว แต่รบกวนชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก


ปัสสาวะไม่ออก สามารถก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง?


อาการปัสสาวะไม่ออกสามารถก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อน ได้แก่


  • อาการปวดท้องน้อย โดยเฉพาะเมื่อเกิดอาการปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดท้องจากการที่ปัสสาวะคั่งในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดจากความดันในกระเพาะปัสสาวะ
  • การติดเชื้อ ปัสสาวะที่คั่งค้างในระบบปัสสาวะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
  • นิ่ว ปัสสาวะที่คั่งค้างและเข้มข้นมาก ๆ อาจทำให้เกิดการตกตะกอนเป็นผลึกหรือนิ่วได้
  • ไตทำงานผิดปกติ เมื่อปัสสาวะเต็มกระเพาะปัสสาวะอาจเกิดการไหลย้อนกลับไปยังไต ซึ่งทำให้เกิดการคั่งของของเสียในไตจนไตเสียหาย หรือไตวายได้

การวินิจฉัยคัดกรองโรคจากอาการปัสสาวะไม่ออก


การตรวจอาการปัสสาวะไม่ออก

อาการปัสสาวะไม่ออกสามารถเกิดได้จากหลายโรค ซึ่งการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยให้แพทย์เลือกวิธีรักษาได้เหมาะสมตรงจุด โดยแนวทางการวินิจฉัยมีดังต่อไปนี้


  • การซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์ เพื่อประเมินอาการปัสสาวะไม่ออก คัดกรองโรคเบื้องต้น และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือตรวจด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อยืนยันผล โดยผู้ป่วยชายจะมีการตรวจต่อมลูกหมากด้วยการคลำผ่านทวารหนัก หรือดูอวัยวะเพศภายนอกเพื่อดูว่ามีก้อนเนื้อหรือไม่ ส่วนในผู้ป่วยหญิงก็จะมีการตรวจภายในว่ามีภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนไหม หรือตรวจอวัยวะเพศเพื่อดูว่ามีก้อนเนื้อที่อาจไปอุดตันทางเดินปัสสาวะหรือไม่
  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือมีสารประกอบใดที่ไม่ควรจะมีในน้ำปัสสาวะบ้าง
  • ารวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry) เพื่อดูความแรงของน้ำปัสสาวะ
  • การอัลตราซาวนด์ทางเดินปัสสาวะ (Urinary System Ultrasound) เพื่อตรวจหาสาเหตุของการอุดตันทางเดินปัสสาวะ
  • การส่องกล้องทางเดินปัสสาวะ (Cystoscopy) เพื่อดูสภาพภายในทางเดินปัสสาวะว่ามีความผิดปกติหรือไม่

วิธีรักษาอาการปัสสาวะไม่ออก


หากมีอาการปัสสาวะไม่ออก สามารถรักษาได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้


  • การใช้ยา โดยตัวยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปัสสาวะไม่ออก เช่น ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อ, ยาคลายกล้ามเนื้อ, ยารักษาต่อมลูกหมาก เป็นต้น
  • การระบายน้ำปัสสาวะด้วยการใส่สายสวน เพื่อขับปัสสาวะที่คั่งค้างออก
  • การผ่าตัด ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง หรือไม่สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา แพทย์อาจเลือกการผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

การเลือกใช้วิธีแก้ปัสสาวะไม่ออกวิธีไหนนั้น จะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปัสสาวะไม่ออก ซึ่งแพทย์อาจใช้วิธีรักษาหลายวิธีร่วมกัน


ปัสสาวะไม่ออก อย่าปล่อยไว้ อาจทำลายสุขภาพในระยะยาว


ปัสสาวะไม่ออกเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การติดเชื้อ การเป็นนิ่วที่พบได้บ่อย ๆ ไปจนถึงการเกิดเนื้องอก ท่อปัสสาวะตีบ ต่อมลูกหมากโต อุ้งเชิงกรานหย่อน หรือความผิดปกติของระบบประสาท ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้การปัสสาวะผิดปกติ และก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงในอนาคตได้หากไม่ได้รับการรักษาให้เหมาะสม


ปัสสาวะไม่ออก รบกวนชีวิตคุณได้มากกว่าที่คิด สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้บริการตรวจวินิจฉัย ประเมินทุกความเป็นไปได้ของอาการปัสสาวะไม่ออกโดยแพทย์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับโรค และกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงในเร็ววัน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปัสสาวะไม่ออก


1. ปัสสาวะไม่ออก ป้องกันได้ไหม?


ปัสสาวะไม่ออกอาจไม่มีวิธีป้องกันที่แน่นอน เนื่องจากมีหลายสาเหตุที่สามารถก่อให้เกิดอาการ แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการรักษาโรคต้นเหตุที่อาจทำให้ปัสสาวะไม่ออก การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ไปจนถึงการเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้เกิดปัญหาปัสสาวะไม่ออก


References


Urinary Retention. (2024, January 23). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/15427-urinary-retention


Symptoms & Causes of Urinary Retention. (n.d.). NIDDK. https://www.niddk.nih.gov/health-information/urologic-diseases/urinary-retention/symptoms-causes


Jewell, T. (2021, October 5). What Causes Urinary Retention, and How Is It Treated? Healthline. https://www.healthline.com/health/urinary-retention

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital