บทความสุขภาพ

Knowledge

รู้จัก 7 สีปัสสาวะที่ควรสังเกต รู้ทันสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพ

สีปัสสาวะเป็นหนึ่งในตัวช่วยสังเกตความผิดปกติของร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะในแต่ละวัน ร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณเตือนสุขภาพผ่านทางปัสสาวะโดยไม่รู้ตัว การใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น สีของปัสสาวะ จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการดูแลสุขภาพ


บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก 7 สีปัสสาวะ ที่ควรสังเกตในฐานะสีฉี่บอกโรค พร้อมอธิบายความหมายเบื้องต้นของแต่ละสี เพื่อช่วยให้รู้เท่าทันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น และสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ


Key Takeaways


  • ปัสสาวะมีสีแตกต่างกันได้หลายเฉด ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงสภาวะของร่างกาย เช่น ภาวะขาดน้ำ หรืออาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะและไต
  • โดยทั่วไปปัสสาวะควรเป็นสีใส หรือสีเหลืองอ่อน หากสีปัสสาวะเปลี่ยนไปจากนี้เป็นเวลานาน อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
  • ปัสสาวะที่มีสีเข้มจัด สีแดง สีชมพู หรือมีสีผิดปกติ เช่น เขียว น้ำเงิน ม่วง ควรพิจารณาเข้าพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะหากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดแสบขณะปัสสาวะ หรือมีกลิ่นผิดปกติ เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่ชัดเจน
  • หากพบว่าฉี่เหลืองเข้ม ควรเริ่มต้นด้วยการเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำในแต่ละวัน เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำหวาน รวมถึงควรรับประทานอาหารที่มีน้ำสูง เช่น ผักและผลไม้ เพื่อช่วยปรับสมดุลร่างกายเบื้องต้น
  • กรณีที่สงสัยว่าปัสสาวะมีความผิดปกติ หรือมีสีเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน แนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์

7 สีปัสสาวะสื่อความหมายภาวะร่างกาย


สีฉี่บอกโรค

สีปัสสาวะสามารถบอกสัญญาณสุขภาพในร่างกายได้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องของการดื่มน้ำ อาหารที่รับประทาน ไปจนถึงบอกโรคบางชนิดที่อาจซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว โดยตัวอย่างสีปัสสาวะบอกโรคทั้ง 7 ที่สามารถบ่งชี้ภาวะสุขภาพของร่างกาย มีดังนี้


สีใสเหมือนน้ำ


สีที่ใสจนเกือบไม่มีสี อาจดูเหมือนสัญญาณของความสะอาดหรือการดื่มน้ำเพียงพอ แต่ความจริงแล้วหากปัสสาวะใสอยู่ตลอดเวลา อาจหมายถึงการดื่มน้ำมากเกินความจำเป็น ซึ่งอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลของเกลือแร่ได้ ในบางกรณี สีปัสสาวะที่ใสผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับโรคตับหรือโรคไต ดังนั้นควรสังเกตปริมาณน้ำที่ดื่มต่อวันว่าเยอะเกินไปหรือไม่ และหากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์


สีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม


ปัสสาวะสีเหลืองเข้มเกิดจากอะไร? สีปัสสาวะที่อยู่ในช่วงสีเหลือง ถือเป็นปกติที่สุด สีเหล่านี้เกิดจากสารยูโรโครม (Urochrome) ที่ร่างกายสร้างขึ้นจากกระบวนการย่อยสลายเม็ดเลือดแดง หากดื่มน้ำมากสีจะออกเหลืองอ่อน แต่ถ้าดื่มน้ำน้อย ก็จะทำให้ปัสสาวะสีเหลืองเข้มขึ้น โดยวิตามินบีบางชนิดที่รับประทานเข้าไป อาจทำให้ฉี่สีเหลืองเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นภาวะปกติที่ไม่ต้องกังวล


ฟองในปัสสาวะเป็นสัญญาณเตือนโรคเหมือนกันหรือไม่? อ่านต่อได้ที่ ปัสสาวะเป็นฟอง


สีแดงหรือชมพู


สีปัสสาวะที่ออกแดงหรือชมพู อาจมาจากการรับประทานอาหารที่มีสีเข้ม เช่น บีทรูท แครนเบอร์รี่ หรือกระเจี๊ยบแดง แต่หากไม่ได้รับประทานอาหารเหล่านี้ อาจหมายถึงการมีเลือดปนในปัสสาวะ หรือที่เรียกว่าภาวะปัสสาวะเป็นเลือดซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคเกี่ยวกับไต และต่อมลูกหมาก ควรพบแพทย์หากปัสสาวะสีแดงต่อเนื่อง


สีส้ม


สีปัสสาวะสีส้มอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การรับประทานยา หากไม่ได้ทานยา ภาวะขาดน้ำ หรือปัญหาการทำงานของตับและถุงน้ำดี ควรสังเกตอาการร่วมด้วย เช่น อุจจาระสีซีด หรือหากผิวหนังเหลือง ก็ควรพบแพทย์หากปัสสาวะสีส้มต่อเนื่อง


สีน้ำตาลเข้ม


อาจบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง แต่ในบางกรณีอาจหมายถึงโรคตับหรือโรคกล้ามเนื้อบางชนิด เช่น ภาวะกล้ามเนื้อสลายตัว (Rhabdomyolysis) ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง นอกจากนั้นการรับประทานยาหรือสมุนไพรบางชนิด เช่น ยาต้านมาลาเรีย หรือสมุนไพรที่มีสารสีเข้ม ปัสสาวะก็สามารถเปลี่ยนสีได้เช่นกัน หากพบว่าสีปัสสาวะเป็นน้ำตาลติดต่อกันโดยไม่ทราบสาเหตุควรรีบพบแพทย์ทันที


สีฟ้าหรือสีเขียว


สีปัสสาวะที่เป็นสีฟ้าหรือสีเขียว เป็นภาวะที่พบได้น้อย มักเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารหรือยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ หรือสารสีในอาหารบางประเภท ในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับการตรวจทางการแพทย์ที่ใช้สารสีฉีดเข้าไปในร่างกาย รวมถึงอาจเป็นอาการของการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น Pseudomonas Aeruginosa


สีขาวขุ่น


สีปัสสาวะที่ขาวขุ่น อาจเกิดจากการมีสารอื่นเจือปน เช่น หนอง หรือเม็ดเลือดขาว ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะในผู้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ภาวะการตกตะกอนของเกลือแร่ หรือโปรตีนบางชนิดในปัสสาวะก็อาจทำให้เกิดสีขาวขุ่นได้ หากพบว่าปัสสาวะมีสีขุ่นขาวและมีกลิ่นผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาอย่างเหมาะสม


สีปัสสาวะเข้มควรทำอย่างไรดี


ถ้าสังเกตว่าสีปัสสาวะเข้มกว่าปกติ ส่วนใหญ่เกิดจากร่างกายขาดน้ำ วิธีแก้ไขง่าย ๆ คือ ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หรือมากกว่านั้นหากอยู่ในที่ร้อนหรือออกกำลังกายหนัก


  • การเลือกกินผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่น แตงโม ส้ม แตงกวา ก็สามารถช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้อีกทาง
  • เลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายเสียความชุ่มชื้น เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ
  • หากดื่มน้ำเพียงพอแล้ว แต่สียังเข้มหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น แสบขัด ปัสสาวะน้อย ควรรีบปรึกษาแพทย์

บางคนอาจจะเชื่อว่าหากปัสสาวะบ่อย ๆ ก็จะช่วยทำให้สีไม่เข้มและเป็นพฤติกรรมที่ดี แต่บางครั้งการปัสสาวะบ่อยเกินไปก็เป็นสัญญาณของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้เช่นกัน


สีปัสสาวะสังเกตไว้ให้รู้ร่างกายตัวเอง


สีปัสสาวะเป็นสัญญาณสุขภาพง่าย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม หากมีสีของฉี่ใสหรือสีเหลืองอ่อน แสดงว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ แต่ถ้าเริ่มเข้มผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ใส่ใจเรื่องการดื่มน้ำและดูแลสุขภาพมากขึ้น หากสังเกตว่าปัสสาวะมีสีผิดปกติบ่อยครั้ง หรือกังวลเกี่ยวกับสุขภาพไต แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาจากสถาบันโรคไตโรงพยาบาลพระรามเก้า เพื่อวินิจฉัยและรับการดูแลจากแพทย์อย่างตรงจุด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสีปัสสาวะ


1. สีปัสสาวะแบบไหนที่ควรพบแพทย์?


หากสีเข้มมากผิดปกติ มีสีแดง ชมพู น้ำตาล หรือปัสสาวะขุ่นเป็นฟอง ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไต กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ


2. ปัจจัยอะไรส่งผลกับสีของปัสสาวะบ้าง?


สีสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากหลายปัจจัย เช่น ปริมาณน้ำที่ดื่ม อาหารและยาบางชนิด การออกกำลังกายหนัก ภาวะขาดน้ำหรือโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย


3. ปัสสาวะสีอะไรที่นับว่าสุขภาพดี?


สีปัสสาวะที่บ่งบอกว่าสุขภาพดี คือ สีเหลืองใส หรือเหลืองอ่อน หากปัสสาวะมีสีเข้ม อาจต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น แต่หากสีผิดปกติหรือเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพ


References


Changes in urine: Color, smell & appearance. (2023, September 28). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/15357-urine-changes


Urine color chart: Healthy colors and when to seek help. (2025, April 9). Medical News Today. https://www.medicalnewstoday.com/articles/urine-color-chart


Watson, K. (2024, August 26). Urine color chart: What’s normal and when to see a doctor. Healthline. https://www.healthline.com/health/urine-color-chart#faq

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital