บทความสุขภาพ

Knowledge

อย่ารอจนเบาหวานลงไต คุมให้ดี ป้องกันโรคแทรกซ้อนได้

พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

อย่ารอจนเบาหวานลงไต คุมให้ดี ป้องกันโรคแทรกซ้อนได้

หนึ่งในความน่ากลัวของโรคเบาหวาน คือภาวะแทรกซ้อนที่มาจากน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งอาจไปทำลายอวัยวะหรือรบกวนการทำงานของระบบต่าง ๆ จนเกิดอันตรายถึงชีวิต ‘เบาหวานลงไต’ ก็เป็นอีกโรคแทรกซ้อนที่สามารถพบได้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และเป็นสาเหตุแรก ๆ ของการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคเบาหวานอีกด้วย


บทความนี้จะพาไปรู้ทันความรุนแรงของเบาหวานลงไต พร้อมวิธีรับมือเพื่อชะลอการดำเนินของโรคให้ได้มากที่สุด


Key Takeaways


  • เบาหวานลงไต เกิดจากการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี ส่งผลให้ไตเสื่อมและอาจพัฒนาไปสู่ภาวะไตวายได้
  • ไตวายเรื้อรังจากเบาหวานรู้ได้โดยการตรวจค่า eGFR และโปรตีนอัลบูมินในปัสสาวะเป็นตัวบ่งชี้ความรุนแรง
  • การป้องกันเบาหวานลงไตสามารถทำได้โดยการควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจทำลายไต

เบาหวานลงไต คืออะไร?


เบาหวานลงไตคือภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน โดยระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เซลล์ไตถูกทำลาย หลอดเลือดไตเสียหาย และส่งผลให้ไตทำงานได้น้อยลง ซึ่งมีโอกาสพบเบาหวานลงไตได้มากถึง 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มักจะมีแนวโน้มคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี อีกทั้งเบาหวานลงไตยังเป็นภาวะแทรกซ้อนที่นำไปสู่ภาวะไตวายที่มีความรุนแรง และเป็นอีกสาเหตุของการเสียชีวิตได้ในที่สุด


ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคไต ในผู้ป่วยเบาหวาน


เบาหวานลงไต สาเหตุ

เบาหวานลงไต เกิดจากการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี การมีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำให้หลอดเลือดฝอยในไตเสื่อมสภาพ ซึ่งลดประสิทธิภาพในการกรองของเสีย เกิดการอักเสบในระดับโมเลกุล ทำให้สารพิษสะสมในร่างกาย ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จึงเกิดความเสียหายแก่ไตและทำให้ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ในผู้ป่วยเบาหวานที่เร่งให้ไตเสียหาย เช่น


  • ความดันโลหิตสูง
  • พันธุกรรม ผู้ป่วยที่มีญาติเป็นโรคเบาหวานหรือโรคไต จะมีโอกาสเป็นเบาหวานลงไตสูงกว่าคนทั่วไป
  • โรคอ้วน
  • ภาวะคอเลสเตอรอลสูง
  • การสูบบุหรี่

เบาหวานลงไตมีกี่ระยะ?


โรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน สามารถแบ่งได้เป็น 5 ระยะ โดยประเมินจากอัตราการกรองของไต (eGFR) และปริมาณของโปรตีนอัลบูมินที่รั่วในปัสสาวะ ดังนี้


  • ระยะที่ 1 : ผู้ป่วยเบาหวานลงไตในระยะนี้จะพบค่า eGFR ประมาณ 90% ขึ้นไป และอาจยังตรวจไม่พบโปรตีนรั่วในปัสสาวะ หรือพบได้น้อยมาก แต่จะตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ
  • ระยะที่ 2 : ผู้ป่วยเบาหวานลงไตในระยะนี้ จะพบค่า eGFR ประมาณ 60-89% หรือการทำงานลดลงเล็กน้อย
  • ระยะที่ 3 : ผู้ป่วยเบาหวานลงไตในระยะนี้จะพบค่า eGFR ประมาณ 30-59%
  • ระยะที่ 4 : ผู้ป่วยเบาหวานลงไตในระยะนี้จะพบค่า eGFR ประมาณ 15-29%
  • ระยะที่ 5 : ผู้ป่วยเบาหวานลงไตในระยะสุดท้ายนี้จะพบค่า eGFR ต่ำกว่า 15% เมื่อสูญเสียความสามารถในการทำงานของไต ผู้ป่วยจึงจำเป็นจะต้องได้รับการฟอกไตเพื่อกำจัดของเสียในเลือด

นอกจากค่าอัตราการกรองของไต eGFR แล้ว ปริมาณของโปรตีนอัลบูมินที่รั่วในปัสสาวะ สามารถบ่งบอกความรุนแรง และโอกาสเกิดความเสื่อมของไตในอนาคตได้ โดย


  • โปรตีนอัลบูมิน น้อยกว่า 30 มิลลิกรัม/กรัม (A1 หรือ UACR < 30 mg/g) ถือว่าปกติ ยังไม่มีการรั่วของอัลบูมินในปัสสาวะ ถือว่าพยากรณ์โรคที่ดีกว่าผู้ที่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
  • โปรตีนอัลบูมิน อยู่ระหว่าง 30-300 มิลลิกรัม/กรัม (A2 หรือ UACR 30-300 mg/g) ผู้ป่วยที่ความเสี่ยงของการเกิดไตเสื่อมสูงมากขึ้น
  • โปรตีนอัลบูมิน มากกว่า 300 มิลลิกรัม/กรัม (A3 หรือ UACR > 300 mg/g) ผู้ป่วยที่ความเสี่ยงของการเกิดไตเสื่อมสูงที่สุดในกลุ่มทั้งหมด

ป้องกันเบาหวานลงไตทำได้อย่างไร?


เบาหวานลงไต ป้องกัน

แม้ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน แต่หากมีการควบคุมโรคให้ดีก็สามารถลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายอย่างเบาหวานลงไตได้ ซึ่งจะมีวิธีป้องกันดังต่อไปนี้


  • ควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถทำได้โดยการควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสหวาน หรือมีแป้งมาก กินยาหรือฉีดยาตามแพทย์สั่ง
  • ควบคุมความดันไม่ให้สูงเกินเกณฑ์ เช่น ลดการทานของเค็มหรือมีโซเดียมสูง พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด กินยาลดความดันโลหิตสม่ำเสมอ ควบคุมให้ความดันโลหิตไม่เกิด 130-140 มิลลิเมตรปรอท
  • ระวังการทานโปรตีนสูง เนื่องจากโปรตีนที่สูงมากอาจเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ลดการทานไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ป้องกันไขมันสะสมตามหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • เลิกสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่อาจเร่งให้ไตเสื่อม รวมไปถึงการก่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ระมัดระวังการใช้ยาโดยไม่จำเป็น เพราะยาบางชนิดอาจทำให้ไตทำงานได้ลดลง เช่น ยากลุ่ม NSAIDs

เบาหวานลงไต ป้องกันไว้ก่อน เพื่อการทำงานของไตที่ดี


เบาหวานลงไต เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งถ้าหากไม่สามารถควบคุมโรคได้อาจทำให้ไตเสื่อมสภาพ และนำไปสู่ภาวะไตวายที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ในที่สุด ดังนั้นการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันให้ดี หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จึงเป็นวิธีป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะเบาหวานลงไตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า เราใส่ใจและมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพผู้ป่วยเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนอันตราย รวมถึงการให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตที่ดี เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรักษาสุขภาพ ลดความเสี่ยงต่อโรคไตจากเบาหวาน และภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้อย่างยั่งยืน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเบาหวานลงไต


1. ผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวานมักมีภาวะแทรกซ้อนใด?


ผู้ป่วยเบาหวานลงไตอาจมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะไตวาย และการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งล้วนเร่งให้อาการทรุดตัวเร็ว


2. ภาวะเบาหวานลงไต อาการเป็นอย่างไร?


ผู้ป่วยเบาหวานลงไตในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคเบาหวานเข้าสู่ระยะหลัง ๆ หรือระยะสุดท้าย อาจมีอาการบวมตามร่างกาย ปัสสาวะเป็นฟอง น้ำตาลต่ำ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เป็นต้น


References


Rout P, Jialal I. Diabetic Nephropathy. [Updated 2025 Jan 9]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK534200/


Mayo Clinic Staff. (2023, October 24). Diabetic nephropathy (kidney disease). Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diabetic-nephropathy/symptoms-causes/syc-20354556


Diabetes-Related Nephropathy. (2022, September 15). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/24183-diabetic-nephropathy

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital