บทความสุขภาพ

Knowledge

การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA (Pulsed Field Ablation) รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

นพ. ณัฐพันธ์ รัตนจรัสกุล

การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA (Pulsed Field Ablation) รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีหลายชนิด ซึ่งชนิดที่พบได้บ่อยคือ ภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว หรือ Atrial Fibrillation (AF) ซึ่งในภาษาไทยอาจเรียกว่า “ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก” หรือ “ภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว” ภาวะนี้พบได้ในผู้ใหญ่ และมีโอกาสพบได้สูงขึ้นเมื่ออายุมาก โดยอาจเกิดขึ้นเพียงโรคเดียว หรือพบร่วมกับโรคหัวใจอื่น เช่น โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ รวมถึงโรคหรือภาวะจากระบบอื่น เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ


ภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (AF) เกิดจากสัญญาณไฟฟ้าที่ผิดปกติภายในหัวใจห้องบน ส่งผลให้หัวใจห้องบนเต้นเร็วขึ้นและไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ จนไม่สามารถบีบตัวเพื่อส่งเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาวะดังกล่าวอาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก และเกิดลิ่มเลือดภายในหัวใจห้องบนซ้าย หากลิ่มเลือดหลุดเข้าสู่กระแสเลือด อาจไปอุดตันหลอดเลือดสมองและนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวอีกด้วย


ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติ ขณะที่บางรายอาจมีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือมาพบแพทย์จากภาวะแทรกซ้อน เช่น อัมพฤกษ์หรืออัมพาต ปัจจุบันการจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยเทคโนโลยี PFA (Pulsed Field Ablation) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษา AF โดยใช้พลังงานสนามไฟฟ้าพัลส์เพื่อจัดการบริเวณที่มีสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติ ช่วยให้แพทย์รักษาได้ตรงจุด และมีข้อมูลสนับสนุนด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA คืออะไร?

การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA หรือ Pulsed Field Ablation เป็นเทคโนโลยีการจี้ไฟฟ้าหัวใจรูปแบบใหม่ที่ใช้พลังงานสนามไฟฟ้าพัลส์ ส่งผ่านสายสวนเข้าไปยังบริเวณต้นกำเนิดของสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติในหัวใจ โดยพลังงานดังกล่าวจะทำให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจบริเวณเป้าหมายเกิดการเปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถส่งต่อกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติได้ จึงช่วยลดการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว หรือ AF


เมื่อเปรียบเทียบกับการจี้หัวใจแบบเดิมที่ใช้ความร้อนจากคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) หรือใช้ความเย็นจัดเพื่อทำลายเนื้อเยื่อ (cryoablation) PFA เป็นการจี้หัวใจแบบไม่ใช้ความร้อนหรือความเย็น หรือที่เรียกว่า Non-thermal Energy Ablation จะมีความจำเพาะต่อเนื้อเยื่อหัวใจมากขึ้น และช่วยลดผลกระทบต่อโครงสร้างเนื้อเยื่อข้างเคียงได้ อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมและความปลอดภัยของการรักษา ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคล


การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA มีแนวทางการรักษาอย่างไร?

การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA (Pulsed Field Ablation) เป็นวิธีหนึ่งในการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะ Atrial Fibrillation (AF) หรือภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก แพทย์จะสอดสายสวนขนาดเล็กผ่านหลอดเลือดดำบริเวณขาหนีบเข้าสู่หัวใจ แล้วส่งพลังงานไฟฟ้าแบบเฉพาะเจาะจงไปยังบริเวณที่มีสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติ เพื่อยับยั้งเซลล์ที่เป็นต้นเหตุของการเต้นผิดจังหวะ โดยใช้เวลาในการรักษาประมาณ 2 -3 ชั่วโมง


โดยการวินิจฉัย Atrial Fibrillation (AF) สามารถทำได้ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: ECG) และการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม แนวทางการรักษาจะพิจารณาจากอาการและปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย โดยมีเป้าหมายทั้งการลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง และการควบคุมอัตราการเต้นหรือจังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งอาจใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาควบคุมอัตราหรือจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือการจี้ไฟฟ้าหัวใจ


แพทย์อาจพิจารณา การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA ในผู้ป่วยที่ยังมีอาการของหัวใจเต้นผิดจังหวะแม้ได้รับยารักษาแล้ว ผู้ที่มี AF ในระยะเริ่มต้น ผู้ที่หัวใจห้องบนซ้ายยังไม่โตหรือโตเพียงเล็กน้อย รวมถึงผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ทั้งนี้ วิธีการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอาการและสภาวะสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย


การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA มีข้อดีอย่างไร?


ข้อดีของการจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA (Pulsed Field Ablation) รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  1. ลดผลกระทบต่อเส้นประสาทและหลอดเลือดข้างเคียง
  2. ลดความเสี่ยงการเกิดบาดแผลจากความร้อนหรือความเย็น
  3. ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ
  4. ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบ
  5. ใช้เวลาจี้ไฟฟ้าหัวใจน้อยกว่าการรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าด้วยความร้อนจากคลื่นวิทยุ (Radiofrequency)
  6. พักฟื้นระยะสั้นและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA เหมาะกับใคร?


  1. ผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว AF และมีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หรือความสามารถในการออกกำลังกายลดลง
  2. ผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว AF กลับเป็นซ้ำ แม้ได้รับการรักษาด้วยยา
  3. ผู้ที่ไม่สามารถทนต่อยาควบคุมจังหวะหัวใจ หรือมีข้อจำกัดในการใช้ยา
  4. ผู้ป่วยบางรายที่เพิ่งเริ่มเป็น AF อายุน้อย และหัวใจห้องบนซ้ายยังไม่โตมาก อาจพิจารณาจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Catheter Ablation) เป็นการรักษาแรก
  5. ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA


  1. เข้ารับการตรวจประเมินก่อนผ่าตัด เช่น ตรวจเลือด เอกซเรย์ทรวงอก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) หรือการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและวางแผนการจี้ไฟฟ้าหัวใจ
  2. แจ้งข้อมูลสุขภาพและยาที่ใช้กับแพทย์อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาโรคประจำตัว รวมถึงประวัติการแพ้ยา เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการปรับยาและลดความเสี่ยงก่อนการผ่าตัด
  3. เตรียมความพร้อมด้านร่างกายก่อนผ่าตัด เช่น ควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในระดับเหมาะสม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เนื่องจากอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวหลังการผ่าตัด
  4. ปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนวันผ่าตัดอย่างเคร่งครัด เช่น การงดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด การหยุดหรือปรับยาบางชนิด รวมถึงการเตรียมร่างกายตามคำแนะนำของทีมแพทย์
  5. เตรียมความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษาและการพักฟื้น ผู้ป่วยและครอบครัวได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการผ่าตัด ระยะเวลาพักฟื้น การดูแลหลังผ่าตัด และข้อปฏิบัติที่จำเป็น เพื่อให้เกิดความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจก่อนเข้ารับการรักษา

การดูแลหลังการจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA ควรทำอย่างไร?


  1. พักฟื้นและเฝ้าระวังอาการหลังทำหัตถการ พักในโรงพยาบาลหลังทำประมาณ 1-2 วัน
  2. ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณแผล และสังเกตความผิดปกติบริเวณที่ใส่สายสวน
  3. หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักในช่วงแรก
  4. รับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
  5. สังเกตอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  6. หากมีอาการใจสั่นรุนแรงหรือเป็นเวลานาน เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หน้ามืด หรือหมดสติ ควรรีบพบแพทย์หรือเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน
  7. ดูแลสุขภาพและควบคุมปัจจัยเสี่ยงของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ AF


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม




คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA


1. PFA ต่างจากการจี้ไฟฟ้าหัวใจแบบเดิมอย่างไร?

การจี้ไฟฟ้าหัวใจแบบดั้งเดิม เช่น Radiofrequency Ablation ใช้ความร้อน และ Cryoablation ใช้ความเย็น ส่วน PFA ใช้พลังงานไฟฟ้าพัลส์เพื่อทำให้เกิด Irreversible Electroporation จึงเป็นการจี้ไฟฟ้าหัวใจแบบ Non-thermal Energy


2. การจี้ไฟฟ้าหัวใจ PFA เจ็บหรือไม่?

ผู้ป่วยจะได้รับการระงับความรู้สึกหรือยานอนหลับสำหรับการทำหัตถการตามแผนการรักษา โดยทั่วไปไม่ได้รู้สึกเจ็บจากการส่งพลังงาน PFA โดยตรง อย่างไรก็ตาม หลังทำหัตถการอาจมีอาการเจ็บหรือไม่สบายบริเวณขาหนีบที่ใส่สายสวน และมีอาการเจ็บแน่นบริเวณหน้าอกหลังทำหัตถการชั่วคราว


3. หลังทำ PFA ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่?

ระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันในแต่ละราย ขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวม ลักษณะหัตถการ และการประเมินของแพทย์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ในวันถัดไป แต่บางรายอาจจำเป็นต้องพักรักษาตัวเพื่อเฝ้าระวังเพิ่มเติม


แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (2)

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital