บทความสุขภาพ

Knowledge

ตรวจปัสสาวะคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร และวินิจฉัยอะไรได้บ้าง

นพ. วิศิษฐ์ ลิ่วลมไพศาล

การตรวจปัสสาวะ หรือ Urinalysis เป็นวิธีการตรวจคัดกรองสุขภาพที่ง่ายและมีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากปัสสาวะเป็นของเสียที่ถูกกรองโดยไต จึงเป็นกระจกสะท้อนการทำงานของอวัยวะสำคัญหลายส่วนในร่างกาย การวิเคราะห์อย่างละเอียดตั้งแต่สี ไปจนถึงองค์ประกอบทางเคมีและเซลล์ จะช่วยให้แพทย์ค้นหาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ ภาวะเมตาบอลิซึม รวมถึงสัญญาณเตือนของโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต และเบาหวานได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และการรักษาที่ทันท่วงที


Key Takeaways


  • การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) คือการวิเคราะห์ตัวอย่างปัสสาวะเพื่อประเมินสุขภาพและระบบการทำงานของร่างกาย
  • การตรวจปัสสาวะมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจคัดกรองสุขภาพประจำปี วินิจฉัยโรค ติดตามผลการรักษา หรือตรวจหาสารเฉพาะ เช่น hCG หรือสารเสพติด
  • วิธีการตรวจปัสสาวะวิเคราะห์แบ่งเป็น 3 ส่วนตามลักษณะ ได้แก่ ลักษณะทางกายภาพ (สี, ความใส), ทางเคมี (pH, โปรตีน, น้ำตาล, ไนไตรท์), และกล้องจุลทรรศน์ (เม็ดเลือด, แบคทีเรีย, Casts)
  • การตรวจปัสสาวะ คือตัวบ่งชี้โรคสำคัญ เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคนิ่วไต และความผิดปกติของตับ

ตรวจปัสสาวะ หรือ Urinalysis คืออะไร


ตรวจปัสสาวะ คืออะไร

การตรวจปัสสาวะ (UA หรือ Urinalysis) คือการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำปัสสาวะ ซึ่งเป็นของเสียจากไต เพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้น โดยจะตรวจดูทั้งลักษณะทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็น สี ปัสสาวะมีกลิ่น ความใส และตรวจองค์ประกอบทางเคมี เช่น น้ำตาล โปรตีน ตลอดจนตรวจสิ่งแปลกปลอมอย่างเม็ดเลือดหรือแบคทีเรีย เพื่อช่วยคัดกรองความผิดปกติ หรือโรคต่าง ๆ ของร่างกาย


ตรวจปัสสาวะเพื่ออะไร


ตรวจปัสสาวะ เพื่ออะไร

การตรวจปัสสาวะ เป็นการตรวจพื้นฐานที่มีความสำคัญมากในการประเมินสุขภาพ เพราะปัสสาวะเป็นผลผลิตสุดท้ายที่ไตกรองของเสียออกจากกระแสเลือด การตรวจวิเคราะห์จึงช่วยสะท้อนสภาวะการทำงานของร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ โดยการตรวจปัสสาวะ บอกอะไรได้บ้างนั้น สามารถบ่งชี้ผลทางสุขภาพผ่านโปรแกรมการตรวจ ดังนี้


ตรวจสุขภาพประจำปี (Annual Health Check-up)


Urine Examination คือส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจคัดกรองความเสี่ยง และประเมินการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ไต และตับ การตรวจหาความผิดปกติในปัสสาวะ เช่น การพบโปรตีนรั่ว น้ำตาล หรือเม็ดเลือดแดง จะช่วยให้สามารถระบุภาวะที่อาจนำไปสู่โรคเรื้อรังร้ายแรง เช่น โรคไต โรคเบาหวาน หรือโรคตับได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่ผู้ป่วยจะแสดงอาการชัดเจน


การตรวจคัดกรองที่รวดเร็วนี้ช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาเชิงป้องกันได้อย่างทันท่วงที เพื่อรักษาสุขภาพโดยรวมให้ดีอยู่เสมอ


ตรวจวินิจฉัยโรค (Disease Diagnosis)


เมื่อผู้ป่วยมีอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย ตรวจพบเลือดในปัสสาวะ หรือมีอาการบวม แพทย์จะใช้การตรวจปัสสาวะเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค โดยจะเป็นการวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพ องค์ประกอบทางเคมี และการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อช่วยยืนยันการมีอยู่ของเชื้อแบคทีเรีย ผลึกเกลือแร่ หรือเซลล์ที่ผิดปกติ


ข้อมูลที่ได้จะนำไปสู่การวินิจฉัยที่แม่นยำ เช่น โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคนิ่วไต หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพื่อให้สามารถเริ่มการรักษาที่ตรงจุดได้อย่างรวดเร็ว


ติดตามผลการรักษา (Monitoring Treatment Progress)


การตรวจปัสสาวะ หรือ UA คือบทบาทสำคัญในการติดตามผลการรักษาของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย เช่น โรคเบาหวาน หรือการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ แพทย์จะตรวจปัสสาวะเป็นระยะ ๆ เพื่อดูว่าปริมาณสารที่ผิดปกติ เช่น น้ำตาล โปรตีน หรือเม็ดเลือดขาวลดลงหรือไม่ หลังจากได้รับการรักษา


การเปลี่ยนแปลงของผลการตรวจจะบ่งชี้ถึงระดับความสำเร็จของแผนการรักษา และช่วยให้แพทย์สามารถปรับเปลี่ยนย าหรือวิธีการบำบัดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการควบคุมอาการ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน


ตรวจหาสารบ่งชี้ (Specific Substance Detection)


นอกจากใช้ในการวินิจฉัยโรคแล้ว ผลตรวจปัสสาวะยังใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอื่น ๆ ได้อีก สำหรับการตั้งครรภ์จะเป็นการตรวจหาฮอร์โมน hCG (Human Chorionic Gonadotropin) ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อมีการตั้งครรภ์ ในขณะที่การตรวจหาสารเสพติด จะเป็นการวัดร่องรอยของสารเคมีที่มาจากการใช้ยาเสพติด เช่น แอมเฟตามีน หรือกัญชาที่ถูกขับออกมาในปัสสาวะ


ตรวจปัสสาวะ มีวิธีการวิเคราะห์แบบไหนบ้าง


การตรวจปัสสาวะเป็นกระบวนการวิเคราะห์ตัวอย่างปัสสาวะอย่างละเอียด เพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพ และระบบการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะไตและทางเดินปัสสาวะ การวิเคราะห์แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะให้ผลการตรวจที่แตกต่างกัน เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยที่ครอบคลุม


การตรวจดูลักษณะทางกายภาพทั่วไป (Visual Examination)


เป็นการตรวจด้วยตาเปล่า เพื่อสังเกตลักษณะภายนอกของปัสสาวะ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่บ่งชี้ถึงภาวะบางอย่างในร่างกาย สามารถระบุได้จาก


  • สีของปัสสาวะ บ่งบอกสุขภาพของผู้ป่วยที่สะท้อนจากพฤติกรรมการกิน ตลอดจนการทำงานผิดปกติ หรือการบาดเจ็บของระบบภายในร่างกาย
  • กลิ่นของปัสสาวะ โดยปกติจะมีกลิ่นเฉพาะตัว หากมีกลิ่นฉุนรุนแรงหรือผิดปกติ อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือภาวะเบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี โดยอาจจะมีกลิ่นคล้ายผลไม้ หรือน้ำยาล้างเล็บจากคีโตน
  • ความใสของปัสสาวะ ปัสสาวะที่ใสบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี หากมีความขุ่น อาจเกิดจากการมีสารอาหารที่รับประทานเข้าไปมากเกินไป การมีผลึกเกลือแร่ หรือการมีเม็ดเลือดขาว/แบคทีเรียจำนวนมากจากการอักเสบ หรือติดเชื้อ

การตรวจวิเคราะห์ทางเคมี (Chemical Examination)


เป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีในปัสสาวะโดยใช้แถบตรวจสำเร็จรูป (Dipstick) ซึ่งจะเปลี่ยนสีตามปริมาณสารที่พบ การตรวจนี้มีความสำคัญในการคัดกรองโรคเรื้อรัง ดังนี้


  • ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ความสมดุลของปัสสาวะ หากผิดปกติอาจสัมพันธ์กับนิ่วในไต หรือการติดเชื้อ
  • ความถ่วงจำเพาะ (SG) ความหนาแน่นของปัสสาวะ บ่งบอกความสามารถของไตในการทำให้ปัสสาวะเข้มข้น (ภาวะขาดน้ำ) หรือเจือจาง
  • โปรตีน (Protein) การพบโปรตีนในปริมาณสูง อาจบ่งชี้ถึงภาวะไตวาย หรือความเสียหายของหน่วยกรองในไต
  • กลูโคส (Glucose) พบได้เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • คีโตน (Ketones) เป็นผลจากการสลายไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทนน้ำตาล พบได้ในภาวะเบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุม (ภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน) หรือการอดอาหาร
  • ไนไตรท์ (Nitrites) เป็นผลพลอยได้จากแบคทีเรียบางชนิด มักบ่งชี้ถึงการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTI)
  • บิลิรูบิน (Bilirubin) น้ำดีที่ถูกขับออกทางปัสสาวะ บ่งชี้ความผิดปกติของตับ หรือการอุดตันของท่อน้ำดี
  • เม็ดเลือดขาว (Leukocyte) การมีเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ บ่งบอกถึงการอักเสบหรือการติดเชื้อ

การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic Examination)


เป็นการนำตัวอย่างปัสสาวะที่ตกตะกอนมาส่องใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันผล และระบุชนิดของอนุภาคเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า


  • เซลล์เม็ดเลือดแดง (RBCs) หากพบในปริมาณมากบ่งชี้ถึงการบาดเจ็บ การติดเชื้อ การอักเสบในไตหรือทางเดินปัสสาวะ
  • เซลล์เม็ดเลือดขาว (WBCs) บ่งชี้ถึงภาวะการอักเสบ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • แบคทีเรีย (Bacteria), ยีสต์ (Yeasts), ปรสิต (Parasites) การพบจุลชีพเหล่านี้บ่งบอกถึงการติดเชื้อ ซึ่งจำเป็นต้องนำไปเพาะเชื้อเพื่อระบุชนิดต่อไป
  • คาสท์ (Casts) เป็นตะกอนรูปทรงกระบอกที่เกิดจากการสะสมของเศษเซลล์, โปรตีน หรือไขมันในท่อไต บ่งชี้ว่ามีปัญหาอยู่ที่ไตโดยตรง
  • ผลึก (Crystals) เป็นสารเคมีที่รวมตัวกันเป็นก้อน อาจเกิดขึ้นได้ในคนปกติ แต่การพบผลึกบางชนิดในปริมาณมาก บ่งชี้ถึงแนวโน้มของการเกิดโรคนิ่วในไต

ตรวจปัสสาวะ สามารถระบุโรคอะไรได้บ้าง


ตรวจปัสสาวะ ระบุโรคอะไรได้บ้าง

Urinalysis คือเครื่องมือคัดกรองที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถบ่งชี้ถึงโรคและความเสี่ยงต่อภาวะผิดปกติต่าง ๆ ได้หลากหลาย โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบทางกายภาพ เคมี และระดับเซลล์ในปัสสาวะ ซึ่งการตรวจปัสสาวะหาโรคอะไรได้บ้างนั้น มีดังนี้


  • โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) การพบเม็ดเลือดขาว แบคทีเรีย หรือไนไตรท์ในปัสสาวะ เป็นสัญญาณของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ
  • โรคเบาหวาน (Diabetes) การพบน้ำตาล (Glucose) หรือคีโตน (Ketones) ในปัสสาวะปริมาณมาก บ่งชี้ว่าร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป
  • โรคไต และไตอักเสบ การตรวจพบโปรตีน (Protein) หรืออัลบูมินรั่วไหล และการพบ Casts หรือเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก บ่งชี้ถึงความเสียหายหรือความผิดปกติของหน่วยกรองในไต เช่น โรคไตจากเบาหวาน
  • โรคนิ่วไต (Kidney Stones) การพบผลึก (Crystals) ของเกลือแร่บางชนิด และเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ อาจบ่งชี้ถึงการก่อตัวของนิ่ว
  • โรคตับ/ภาวะดีซ่าน การพบสารบิลิรูบิน (Bilirubin) หรือยูโรบิลิโนเจน (Urobilinogen) ในปริมาณสูง อาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติหรือการอุดตันของทางเดินน้ำดีในตับ
  • ภาวะการตั้งครรภ์ (Pregnancy) เป็นการตรวจหาฮอร์โมน hCG ที่ผลิตเมื่อเริ่มมีการตั้งครรภ์
  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) สังเกตจากปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มมาก และมีความถ่วงจำเพาะ (SG) สูง

ขั้นตอนการเก็บปัสสาวะ ทำได้อย่างไร


การเก็บตัวอย่างตรวจปัสสาวะอย่างถูกวิธี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความแม่นยำของผลการตรวจ โดยเฉพาะการเก็บแบบ "ปัสสาวะกลางลำ (Midstream Urine)" ซึ่งจะช่วยลดการปนเปื้อนของแบคทีเรียและเซลล์จากผิวหนังบริเวณภายนอก ทำให้ผลการวินิจฉัยถูกต้อง ในการตรวจ จึงควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด


  • ล้างทำความสะอาด ล้างมือและอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่ แล้วเช็ดให้แห้งก่อนเริ่มตรวจปัสสาวะ
  • ปัสสาวะช่วงแรกทิ้ง ปัสสาวะทิ้งลงในโถส้วมก่อนประมาณ 2-3 วินาที เพื่อชำระล้างแบคทีเรียที่อาจค้างอยู่ในท่อปัสสาวะส่วนต้น
  • เก็บปัสสาวะช่วงกลางลำ นำภาชนะปลอดเชื้อมาเก็บปัสสาวะที่กำลังไหลออกมาในช่วงถัดมา (ปัสสาวะกลางลำ) โดยเก็บให้ได้ปริมาณประมาณครึ่งหนึ่งของภาชนะ
  • ปัสสาวะช่วงสุดท้ายทิ้งไป เมื่อเก็บตัวอย่างได้เพียงพอแล้ว ให้ปัสสาวะส่วนที่เหลือทิ้งลงในโถส้วมตามปกติ
  • ปิดฝาและนำส่ง ปิดฝาภาชนะให้สนิททันที ระวังไม่ให้นิ้วสัมผัสปากภาชนะ จากนั้นใช้กระดาษชำระทำความสะอาดรอบภาชนะ ใส่ลงในถุงพลาสติก แล้วนำส่งให้เจ้าหน้าที่โดยเร็วที่สุด

หมายเหตุ : หากมีประจำเดือน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการตรวจ หรือเพื่อเตรียมการสำหรับการแปลผลที่อาจมีการปนเปื้อนของเม็ดเลือดแดง


ตรวจปัสสาวะ คัดกรอง วินิจฉัย และติดตามโรคอย่างแม่นยำ


ตรวจปัสสาวะ หรือ Urine Analysis คือการวิเคราะห์ของเสียจากไตที่สะท้อนสุขภาพโดยรวมและระบบขับถ่าย เพื่อคัดกรอง วินิจฉัย และติดตามโรค เช่น เบาหวาน ไต และการติดเชื้อ การตรวจครอบคลุมทั้งลักษณะกายภาพ เคมี และระดับเซลล์ ข้อมูลที่ได้ช่วยให้แพทย์สามารถระบุความผิดปกติ วางแผนการรักษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทันท่วงที


สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า มีทีมอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต พร้อมให้การดูแลสุขภาพไตอย่างครบวงจร หากผลตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) พบความผิดปกติ หรือมีความเสี่ยงสูงต่อโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย เราพร้อมให้บริการตรวจวัดประสิทธิภาพและการทำงานของไตอย่างละเอียด เพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวาน โรคไต หรือภาวะติดเชื้อ นำไปสู่การรักษาที่เหมาะสม และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่อไป


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปริมาณตรวจปัสสาวะที่ควรได้รับ


1. ตรวจปัสสาวะ รอผลนานไหม ใช้เวลากี่วัน


การตรวจปัสสาวะพื้นฐาน (Routine Urinalysis) ใช้เวลาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพียง 30 นาที ถึง 1 ชั่ว ในวันเดียวกันเท่านั้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณงานของห้องปฏิบัติการ และวิธีการวิเคราะห์ที่ใช้ หากต้องมีการตรวจเพาะเชื้อ (Culture) เพื่อหาชนิดแบคทีเรีย อาจใช้เวลา 2-3 วัน


2. ต้องงดน้ำก่อนตรวจปัสสาวะไหม และควรงดก่อนกี่วัน


ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนการตรวจปัสสาวะ แต่แพทย์มักแนะนำให้เก็บตัวอย่างปัสสาวะแรกในตอนเช้า (First Morning Sample) เนื่องจากมีความเข้มข้นสูงที่สุด ซึ่งช่วยให้ตรวจหาสารที่ผิดปกติได้ชัดเจนขึ้น หากมีการตรวจน้ำตาลในเลือดร่วมด้วย อาจต้องงดอาหารตามคำแนะนำของแพทย์


3. วิธีดูผลตรวจปัสสาวะ ทำได้อย่างไร


วิธีดูผลตรวจปัสสาวะควรเปรียบเทียบค่าที่ตรวจพบกับค่าอ้างอิง (Reference Range) ที่ระบุในใบรายงานผล หากค่าใดที่สำคัญ เช่น โปรตีน น้ำตาล เม็ดเลือดขาว/แดง มีผลเป็นบวก หรือเกินค่าปกติ แสดงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น


References


Mayo Clinic Staff. (2023, October 24). Urinalysis. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/urinalysis/about/pac-20384907


Daniel A. Queremel Milani; Ishwarlal Jialal. (2023, May 1). Urinalysis. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK557685/


Urinalysis. (2024, July 3). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/17893-urinalysis

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital