บทความสุขภาพ

Knowledge

มะเร็งไต อาการเป็นอย่างไร? เช็กแนวทางการรักษาที่คุณควรรู้

พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

มะเร็งไต อาการเป็นอย่างไร? เช็กแนวทางการรักษาที่คุณควรรู้

หลายคนอาจไม่รู้ว่ามะเร็งไต เป็นหนึ่งในมะเร็งที่มักถูกค้นพบโดยบังเอิญระหว่างการตรวจสุขภาพบ่อยครั้ง เพราะในระยะแรกแทบไม่แสดงสัญญาณใด ๆ เลย ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่ทราบว่ากำลังเป็นอยู่จนกระทั่งโรคเริ่มลุกลามแล้ว อาการมะเร็งไตบางอย่าง เช่น ปัสสาวะปนเลือด ปวดหลังเรื้อรัง หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ อาจมีความสัมพันธ์กับอาการของโรคอื่น ๆ ทำให้สังเกตได้ยาก การทราบว่ามะเร็งไตอาการเป็นแบบไหนบ้างจึงเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม


แม้สาเหตุของมะเร็งไตเกิดจากอะไรบ้างนั้นจะยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่ปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างล้วนเพิ่มโอกาสให้เกิดมะเร็งที่ไตได้ทั้งสิ้น การรู้เท่าทันโรคตั้งแต่ต้นจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีเพื่อให้คุณสามารถตรวจพบได้เร็ว และมีโอกาสเข้ารับการรักษามะเร็งไตได้อย่างทันท่วงที


Key Takeaways


  • มะเร็งไต เป็นเนื้องอกที่เกิดขึ้นในไต ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุและมีหลายชนิด เช่น RCC, TCC, Sarcoma เป็นต้น
  • อาการมะเร็งไตมักเกิดขึ้นแบบสังเกตได้ยาก เพราะอาจสัมพันธ์กับโรคอื่น ๆ ได้ เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดบริเวณหลังหรือเอว บวมในร่างกาย เหนื่อยล้า เป็นต้น
  • ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งไต ได้แก่ การสูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน พันธุกรรม และการสัมผัสสารเคมีบางชนิด
  • การรักษามะเร็งไตมีหลายวิธี ได้แก่ การผ่าตัดเพื่อกำจัดเนื้องอกหรือตัดไตบางส่วนหรือทั้งหมดออก, การใช้ยา เช่น เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือยากระตุ้นภูมิคุ้มกันฉายรังสี ช่วยลดขนาดเนื้องอกหรือควบคุมการลุกลาม

มะเร็งไต คืออะไร? รู้จักก่อนรักษา


มะเร็งไต (Kidney Cancer) เป็นภาวะที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ภายในไต จนกลายเป็นก้อนเนื้อที่ควบคุมไม่ได้ หากไม่ได้รับการตรวจหรือรักษาอย่างทันท่วงที เซลล์เหล่านี้อาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ โดยไตถือเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสีย และควบคุมสมดุลของร่างกาย ดังนั้นเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นหรือกลายเป็นมะเร็งไต ย่อมส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ


ในหลายกรณี ผู้ป่วยอาจถูกตรวจพบว่ามีเนื้องอกที่ไตหรือเนื้องอกในไตขณะเข้ารับการตรวจสุขภาพด้วยเหตุผลอื่น ซึ่งก้อนเนื้อเหล่านี้อาจเป็นทั้งชนิดที่ไม่ร้ายแรงหรือร้ายแรง ที่อาจพัฒนาไปสู่การเป็นเซลล์มะเร็งได้ การทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคมะเร็งไต อาการ สาเหตุ และวิธีรักษา จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้คุณทราบวิธีการดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น


มะเร็งไต มีทั้งหมดกี่ชนิด? แบ่งประเภทอย่างไร


โรคมะเร็งไตสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ซึ่งแต่ละชนิดมีต้นกำเนิดของเซลล์แตกต่างกัน ส่งผลให้แนวทางการรักษาและการพยากรณ์โรคไม่เหมือนกัน การรู้จักชนิดเนื้องอกในไตหรือมะเร็งไตแต่ละแบบ จะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจโรคได้มากขึ้น


มะเร็งไตชนิด Renal Cell Carcinoma (RCC)


Renal Cell Carcinoma (RCC) โรคนี้เป็นชนิดของมะเร็งไตที่พบได้บ่อย คิดเป็นประมาณ 85-90% ของผู้ป่วยทั้งหมด มีจุดกำเนิดจากเซลล์ที่อยู่ในท่อเล็ก ๆ ภายในไต ซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด กลุ่มผู้ป่วยที่มักพบ Renal Cell Carcinoma คือวัยกลางคนจนถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ มีโรคอ้วน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไต การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมักมีโอกาสรักษาได้ผลดี


มะเร็งไตชนิด Transitional Cell Carcinoma (TCC)


มะเร็งชนิดนี้เกิดจากเซลล์เยื่อบุในกรวยไตและท่อไต ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมระหว่างไตกับกระเพาะปัสสาวะ แม้จะไม่พบบ่อยเท่า RCC แต่ก็ยังเป็นชนิดที่แพทย์ต้องให้ความสำคัญ โดยทั่วไป ผู้ป่วย TCC มักมีประวัติสูบบุหรี่ หรือสัมผัสสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานาน อาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็งไตชนิดนี้คือ ปัสสาวะเป็นเลือด ซึ่งคล้ายกับโรคระบบทางเดินปัสสาวะอื่น ทำให้บางครั้งวินิจฉัยได้ช้า


มะเร็งไตชนิด Sarcoma


แม้จะพบได้น้อยมาก แต่ Sarcoma ของไตก็เป็นชนิดที่มีความรุนแรง เกิดจากเซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพันภายในไตหรือเซลล์ไขมันรอบ ๆ ไต ไม่ใช่จากเซลล์กรองปัสสาวะเหมือน RCC หรือ TCC มะเร็งไตชนิดนี้สามารถลุกลามและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แต่ต้องมีการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด และอาจต้องพึ่งหลายวิธี อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยที่รวดเร็ว และการรักษาแบบเฉพาะทาง จะช่วยเพิ่มโอกาสควบคุมโรคได้ จึงควรรีบปรึกษาแพทย์หากสงสัยว่ากำลังมีความผิดปกติเกี่ยวกับไต หรือเป็นมะเร็งไต


เช็กปัจจัยกระตุ้นมะเร็งไต สาเหตุเกิดจากอะไร?


มะเร็งไต เกิดจาก

หลายคนอาจตั้งคำถามว่ามะเร็งไต เกิดจากอะไร? จริง ๆ แล้ววงการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่สิ่งที่พบร่วมกันคือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เซลล์ในไตเกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ และพัฒนาไปเป็นเนื้องอกที่ไต หรือกลายเป็นมะเร็งที่ไตในที่สุด การรู้เท่าทันปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้เราใส่ใจสุขภาพมากขึ้น


  • การสูบบุหรี่ สารเคมีในควันบุหรี่เป็นตัวการสำคัญที่ทำลาย DNA ของเซลล์ เมื่อสะสมเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งไตได้ถึง 2 เท่า
  • โรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน ไขมันส่วนเกินทำให้ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน และยังส่งผลต่อฮอร์โมนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์ ส่งผลให้มีโอกาสพัฒนาไปเป็นเนื้องอกที่ไต และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งไตได้
  • ความดันโลหิตสูง (Hypertension) ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มพบมะเร็งที่ไตมากกว่าคนทั่วไป และอาจสัมพันธ์กับการที่ไตทำงานหนักกว่าปกติ
  • ประวัติครอบครัว หากมีญาติสายตรงเคยเป็นมะเร็งไต ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งไตก็จะสูงขึ้น
  • เพศและอายุ จากสถิติพบว่าเพศชายมีโอกาสเป็นมะเร็งไตมากกว่าเพศหญิง และส่วนใหญ่พบในกลุ่มอายุ 50-70 ปี
  • การสัมผัสสารเคมีอันตราย เช่น แร่ใยหิน (Asbestos) โลหะหนัก หรือสารในโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิด การสัมผัสต่อเนื่องเป็นเวลานานสามารถเพิ่มโอกาสเกิดเนื้องอกในไตได้
  • โรคหรือภาวะเกี่ยวกับไตในอดีต ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่มีประวัติฟอกไตเป็นเวลานาน ต้องล้างไตทางหน้าท้องเป็นประจำ หรือมีภาวะถุงน้ำหลายใบในไต (Polycystic Kidney Disease) จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งไตมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากไตได้รับความเสียหาย และมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในระยะยาว

อาการมะเร็งไตเป็นอย่างไร? สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม


มะเร็งไตมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะเริ่มต้น ทำให้หลายคนตรวจพบเมื่อโรคเริ่มลุกลามไปแล้ว การรู้จักอาการมะเร็งไตและสัญญาณผิดปกติของร่างกาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณรีบเข้ารับการตรวจและรักษาได้ทันท่วงที


  • ปัสสาวะปนเลือด ถือเป็นอาการมะเร็งไตอาการแรก ๆ ที่หลายคนมักเจอ แต่บางครั้งเลือดอาจออกเพียงเล็กน้อยจนสังเกตไม่เห็น
  • เจ็บหรือปวดบริเวณสีข้างหรือหลัง ความรู้สึกปวดทื่อ ๆ ที่ไม่หายไป อาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติของไต
  • มีก้อนหรือเนื้อแข็งบริเวณช่องท้องด้านข้าง หากคลำพบก้อน อาจเป็นเนื้องอกที่ไต ต้องรีบตรวจเพิ่มเติม
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มักพบในผู้ป่วยที่มะเร็งไตเริ่มลุกลามไปแล้ว
  • มีไข้เป็น ๆ หาย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อทั่วไป
  • ตัวซีด หรือภาวะโลหิตจาง เนื่องจากไตผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเม็ดเลือดแดงผิดปกติ
  • ความดันโลหิตสูงผิดปกติ เกิดจากการทำงานของไตที่บกพร่องมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดไตวายเฉียบพลัน หรือไตวายเรื้อรังได้
  • บวมตามร่างกาย โดยเฉพาะที่ขาและข้อเท้า เพราะการกรองของเสียทำได้ไม่ดี

เมื่อโรคลุกลามไปเรื่อย ๆ อาการมะเร็งไตระยะสุดท้ายจะเริ่มปรากฎขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ป่วยอาจมีภาวะน้ำหนักลดรุนแรง อ่อนแรงอย่างมาก ปวดกระดูก หรือมีอาการทางระบบประสาทหากมะเร็งแพร่กระจายไปตามร่างกายส่วนอื่น ๆ ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย และพัฒนาไปเป็นมะเร็งระยะแพร่กระจายในอวัยวะอื่น ๆ เช่น ตับ กระดูก เกิดก้อนมะเร็งปอด หรือแม้แต่ก้อนมะเร็งสมองในอนาคตได้


มะเร็งไต วินิจฉัยอย่างไร? รู้ทัน รักษาได้เร็วขึ้น


การตรวจพบมะเร็งไตตั้งแต่ระยะแรก ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะยิ่งตรวจพบเร็ว โอกาสในการวางแผนรักษาและควบคุมโรคก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันการวินิจฉัยมะเร็งไตนั้นมีหลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกใช้ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนี้


  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามอาการ เช่น ปัสสาวะปนเลือด เจ็บสีข้าง น้ำหนักลด หรือประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งที่ไต ก่อนตรวจร่างกายเพื่อหาความผิดปกติ เช่น คลำก้อนบริเวณช่องท้อง
  • การตรวจปัสสาวะและเลือด เพื่อดูการทำงานของไต และหาสัญญาณบ่งบอกถึงอาการมะเร็งไต เช่น ภาวะเลือดออกในปัสสาวะ หรือความผิดปกติของค่าการทำงานไต
  • การตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์ เช่น อัลตราซาวนด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan), หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) ใช้เพื่อดูว่ามีก้อนเนื้องอกในไตขนาดเท่าไหร่ และมีการแพร่กระจายหรือไม่
  • การตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) ในบางกรณีแพทย์อาจเก็บชิ้นเนื้อจากก้อนในไตมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งไต หรือก้อนเนื้องอกในไตชนิดใด
  • การตรวจเพิ่มเติมหาการแพร่กระจาย เช่น เอกซเรย์ปอด สแกนกระดูก หรือ PET Scan หากสงสัยว่ามะเร็งอาจกระจายไปยังอวัยวะอื่น

ระยะของโรคมะเร็งไต มีทั้งหมดกี่ระยะ? มีแบบไหนบ้าง


หลังจากได้รับการวินิจฉัยมะเร็งไต แพทย์จะทำการประเมินระยะของโรคเพื่อใช้กำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสม การแบ่งระยะช่วยให้เข้าใจความรุนแรงของโรคว่า ก้อนมะเร็งหรือเนื้องอกที่ไตมีการลุกลามออกไปมากน้อยเพียงใด และมีการแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นแล้วหรือไม่ โดยทั่วไปมะเร็งไตสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะหลัก ดังนี้


  • ระยะที่ 1 : ก้อนมะเร็งมีขนาดไม่เกิน 7 เซนติเมตร และยังจำกัดอยู่เฉพาะภายในไตเท่านั้น โอกาสการรักษาให้หายขาดยังค่อนข้างสูง หากตรวจพบในระยะนี้
  • ระยะที่ 2 : ก้อนมะเร็งมีขนาดมากกว่า 7 เซนติเมตร แต่ยังคงอยู่ภายในไต ไม่ลุกลามออกไปสู่อวัยวะข้างเคียง
  • ระยะที่ 3 : มะเร็งเริ่มลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง หรือแพร่เข้าสู่เส้นเลือดใหญ่บริเวณไต เช่น เส้นเลือดดำใหญ่ ทำให้โอกาสการรักษาซับซ้อนมากขึ้น
  • ระยะที่ 4 : มะเร็งไตแพร่กระจายออกไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ปอด ตับ หรือกระดูก ซึ่งเป็นระยะที่อาการมักรุนแรง การรักษาจะเน้นไปที่การควบคุมโรค และบรรเทาอาการเป็นหลัก

การรักษาโรคมะเร็งไต มีวิธีใดบ้าง?


มะเร็งที่ไต

การรักษามะเร็งไตหรือเนื้องอกที่ไต แพทย์จะเลือกใช้วิธีที่แตกต่างกันไปตามระยะของโรค สุขภาพร่างกายโดยรวม และความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีทั้งการรักษาที่มุ่งขจัดเซลล์มะเร็งตั้งแต่ต้นตอ และวิธีที่ใช้ควบคุมการเจริญเติบโตของโรค เพื่อยืดอายุและคุณภาพชีวิต


การผ่าตัดเอาเนื้อมะเร็งไตออก


การผ่าตัดถือเป็นวิธีรักษาหลักของมะเร็งไต โดยเฉพาะในกรณีที่โรคยังไม่ลุกลามไปสู่อวัยวะอื่น จุดประสงค์คือการกำจัดก้อนมะเร็งออกจากไตโดยตรง ซึ่งมี 2 รูปแบบหลัก ได้แก่


  • การผ่าตัดไตบางส่วน (Partial Nephrectomy) ตัดเฉพาะก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ออก แต่ยังคงรักษาไตส่วนที่เหลือไว้ เหมาะกับก้อนมะเร็งที่มีขนาดเล็กหรืออยู่ในตำแหน่งที่สามารถผ่าตัดได้
  • การผ่าตัดไตทั้งหมด (Radical Nephrectomy) ตัดไตออกทั้งข้าง รวมถึงต่อมหมวกไตและเนื้อเยื่อรอบ ๆ หากจำเป็น เหมาะกับผู้ป่วยที่ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่หรือลุกลาม หรือผู้ที่มีปัญหาอื่นแทรกซ้อน เช่น มะเร็งต่อมหมวกไต หรือมะเร็งกรวยไต อาการนั้นจะแตกต่างกัน ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการผ่าตัดอย่างถูกต้อง

การใช้ยารักษามะเร็งไต


การรักษาด้วยการใช้ยา เหมาะกับผู้ป่วยที่มะเร็งไตแพร่กระจายออกไป หรือไม่สามารถผ่าตัดได้ โดยมีหลายกลุ่มยา ได้แก่


  • ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) แม้จะไม่ใช่วิธีหลักสำหรับมะเร็งไต แต่บางกรณีแพทย์อาจพิจารณาใช้ร่วมกับการรักษาอื่นเพื่อควบคุมโรค
  • ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง ช่วยชะลอการลุกลาม
  • ยากระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน (Immunotherapy) กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานต่อต้านเซลล์มะเร็ง

การฉายรังสีเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่ไต


การฉายรังสี (Radiation Therapy) ไม่ได้ใช้เพื่อรักษามะเร็งไตโดยตรง แต่มีบทบาทสำคัญในการบรรเทาอาการของผู้ป่วยที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น กระดูกหรือสมอง ช่วยลดความเจ็บปวด ควบคุมอาการเลือดออก หรือป้องกันการทำงานผิดปกติของอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ


โรคมะเร็งไต ป้องกันได้ไหม? รู้ไว้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี


มะเร็งที่ไต ป้องกัน

แม้ว่ามะเร็งไตหรือเนื้องอกที่ไต จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น พันธุกรรม อายุ หรือเพศ แต่เราสามารถ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ ผ่านการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยวิธีที่ช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งไต ได้แก่


  • งดการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งไตอย่างมีนัยสำคัญ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ภาวะอ้วนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งไต
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และควบคุมระดับฮอร์โมน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช ลดอาหารไขมันสูงและอาหารแปรรูป
  • ควบคุมความดันโลหิต ผู้ที่มีความดันสูงเรื้อรัง มีแนวโน้มเสี่ยงมะเร็งไตมากกว่าคนทั่วไป
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ การตรวจพบความผิดปกติของไตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที

มะเร็งไต ดูแลรักษาได้ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า


มะเร็งไต เป็นโรคที่หากตรวจพบเร็วและได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้มากขึ้น การให้ความสำคัญกับการสังเกตสัญญาณเตือนว่ามะเร็งไต อาการที่ผิดปกติเป็นอย่างไร และเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้ชำนาญการถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมะเร็งไตอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะเริ่มต้น แต่จะชัดขึ้นเมื่อเข้าสู่ระยะที่ลุกลาม ซึ่งอาจอันตรายยิ่งกว่า


ที่สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและเครื่องมือตรวจร่างกายที่ทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย ไปจนถึงการวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ครอบคลุม หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับความกังวลเกี่ยวกับโรคมะเร็งไต สามารถเข้ารับการปรึกษาเพื่อให้ได้รับแนวทางที่เหมาะสม และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคมะเร็งไต


1. โรคมะเร็งไตรักษาหายไหม?


การรักษามะเร็งไตมีโอกาสให้หายได้ โดยเฉพาะเมื่อพบตั้งแต่ระยะแรก และเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม สามารถช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งหรือชะลอการลุกลามได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผลการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค, ขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก, สุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย รวมถึงการติดตามผลหลังการรักษาอย่างต่อเนื่องด้วย


2. โรคมะเร็งไตสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างไร?


ผู้ป่วยมะเร็งไตอาจพบภาวะแทรกซ้อนได้หลากหลาย เช่น การลุกลามของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่นอย่างปอด กระดูก หรือตับ เกิดภาวะไตวาย อาการเลือดออกผิดปกติหรือมีเลือดในปัสสาวะ ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา เช่น ผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือการฉายรังสี


อย่างไรก็ตาม การติดตามผลและปรึกษาแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสการรักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น


References


Mayo Clinic Staff. (2024, August 17).Kidney Cancer. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/kidney-cancer/symptoms-causes/syc-20352664


Kidney Cancer. (2022, June 6). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/9409-kidney-cancer-overview


Kidney Cancer Inherited Risk. (n.d.). Fox Chase Cancer Center Temple Health. https://www.foxchase.org/cancer-care-services/prevention-screening/risk-assessment/inherited-cancer/kidney-cancer-inherited


Kidney Cancer Basics. (2025, June 10). Centers for Disease Control and Prevention. https://www.cdc.gov/kidney-cancer/about/index.html

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital