บทความสุขภาพ
Knowledge
พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต

หลายคนติดนิสัยกินเค็มจัด หวานจัด จนทำให้ไตทำงานอย่างต่อเนื่อง และเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง หากไม่อยากเป็นโรคไต หรือในคนที่เป็นโรคไตอยู่แล้ว แต่อยากชะลอความเสื่อมลง จะมีสมุนไพรบำรุงไตตัวไหนบ้างที่ช่วยเสริมให้ไตทำงานดีขึ้น หรือควรดูแลสุขภาพไตอย่างไร หาคำตอบได้ในบทความนี้
Key Takeaways
โรคไต เป็นภาวะที่ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ ส่งผลให้เกิดการสะสมของเสียในร่างกาย ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โดยผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคไต และต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพไตเป็นพิเศษ มีดังนี้

การใช้สมุนไพรบำรุงไต เป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ สมุนไพรเหล่านี้เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่อาจมีส่วนช่วยในการส่งเสริมการทำงานของไตให้ดีขึ้น แต่ไม่สามารถใช้เป็นสมุนไพรแก้โรคไต หรือแทนที่การรักษาทางการแพทย์ได้ การรับประทานสมุนไพรโดยขาดความรู้และไม่มีการควบคุมอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้เช่นกัน
แครนเบอร์รี่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีสารโปรแอนโทไซยานิดิน (Proanthocyanidins) ที่ช่วยยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียเกาะติดบนผนังกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจช่วยลดการติดเชื้อกระเพาะปัสสาวะ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอื่น ๆ และอาจรวมถึงโรค/กรวยไตอักเสบ/ได้ นอกจากนี้แครนเบอร์รี่ยังมีโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโซเดียมต่ำ ซึ่งดีต่อไต
ใบบัวบกเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ช่วยขับปัสสาวะหรือน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ทั้งยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoids) ที่ช่วยฟื้นฟูและปกป้องเซลล์ในร่างกาย นอกจากนี้ ใบบัวบกยังมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ดี จึงนับเป็นสมุนไพรที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคไตได้
โกจิเบอร์รี่ หรือเก๋ากี้ มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในแพทย์แผนจีน ใช้เป็นสมุนไพรรักษาไต ตับ และช่วยบำรุงสายตา เนื่องจากอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น ซีแซนทิน (Zeaxanthin) ลูทีน (Lutein) และโพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) สารเหล่านี้ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกอนุมูลอิสระทำลาย ทั้งยังใช้รักษาอาการหยินพร่อง (Yin Deficiency) หรือการมีความร้อนในตับและไตมากกว่าปกติได้
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยในสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดจากโกจิเบอร์รี่ อาจช่วยลดความเสียหายของไตในภาวะเบาหวานได้ แต่ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์
เห็ดหอมมีสารอิริตาดีนีน สารสเตอรอล และเบต้ากลูแคน ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้การอักเสบในร่างกายน้อยลง และอาจมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ซึ่งการมีคอเลสเตอรอลสูง อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพไต ทำให้เกิดไตวายเรื้อรังได้เช่นกัน
สมุนไพรแก้ไตโดยตรงอาจยังไม่มี แต่กระเทียมสดอุดมไปด้วยสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไตได้ ดังนั้น การบริโภคกระเทียมสดเป็นประจำ จึงเป็นการช่วยบำรุงและปกป้องไตทางอ้อม
เห็ดหลินจือ แม้ไม่ใช่สมุนไพรรักษาไต แต่มีประโยชน์หลากหลาย โดยมีสารสำคัญอย่างไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoid) และโพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น ช่วยป้องกันโรคบางชนิด รวมถึงโรคไต นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่า เห็ดหลินจืออาจมีฤทธิ์ในการช่วยลดการอักเสบ และลดความเสื่อมของไตได้
งาดำเป็นธัญพืชหรือสมุนไพรที่ไม่ได้รักษาโรคไตโดยตรง แต่งาดำอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เซซามิน (Sesamin) เซซามอล (Sesamol) และ วิตามินอี ช่วยต้านการอักเสบและปกป้องเซลล์จากการถูกอนุมูลอิสระทำลาย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งไตด้วย การบริโภคงาดำจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายตามธรรมชาติ
ผักชี เป็นสมุนไพรล้างสารพิษในไตที่มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะอ่อน ๆ จึงช่วยในการขับน้ำคั่งออกจากร่างกาย ช่วยลดอาการบวมน้ำ แต่ไม่สามารถนำมาใช้แทนการฟอกไตได้แต่อย่างใด
นอกจากนี้ ผักชียังมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งอาจมีส่วนช่วยลดการอักเสบ และป้องกันความเสียหายของเนื้อเยื่อในไตได้
ขิงเป็นสมุนไพรรสเผ็ดร้อน มีสารสำคัญอย่างจินเจอรอล (Gingerol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีงานวิจัยบางชิ้นพบว่าการบริโภคขิงอาจช่วยลดการอักเสบ เป็นสมุนไพรฟื้นฟูอาการบาดเจ็บในไตได้ แต่ยังต้องค้นคว้าเพิ่มเติมต่อไป และยังอาจมีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิต ควบคุมเบาหวานให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามการรับประทานยาบำรุงไตหรือสมุนไพรเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่มีส่วนเล็กน้อยในการดูแลสุขภาพไตท่านั้น แต่สิ่งสำคัญกว่า คือการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้
การรับประทานสมุนไพรบำรุงไต เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเท่านั้น ไม่ควรใช้แทนการรักษาหลัก และควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะช่วยให้สุขภาพไตดีขึ้น ชะลอความเสื่อมของไตลงได้
หากกังวลเรื่องสุขภาพไต สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่สถาบันโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า ซึ่งมีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไตพร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ให้บริการครอบคลุมทั้งการวินิจฉัย ตรวจรักษา การฟอกไต ไปจนถึงการผ่าตัดปลูกถ่ายไต
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์และนักโภชนาการเพื่อวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม โดยทั่วไปแล้วควรจำกัดปริมาณโปรตีน โซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งอาจพบได้ในสมุนไพรบำรุงไตบางชนิด การบริโภคสมุนไพรจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
สมุนไพรที่ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง คือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะรุนแรง สมุนไพรที่มีโพแทสเซียมสูง หรือสมุนไพรที่มีผลกระทบต่อการทำงานของตับ เช่น กระท่อม กัญชา ลูกยอ มะเฟือง หรือชะเอมเทศ เป็นต้น
References
Hernandez, J. (2021, October 26). Is Ginger Good for Kidneys?. Plant-Powered Kidneys. https://www.plantpoweredkidneys.com/ginger-good-for-kidney/
Jepson, R.G., Mihaljevic, L., & Craig, J.C. (1998, October 26). Cranberries for treating urinary tract infections. National Institutes of Health (NIH). https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7025796/
Kubala, J. (2024, September 11). The 20 Best Foods for People with Kidney Disease. Healthline. https://www.healthline.com/nutrition/best-foods-for-kidneys
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital