บทความสุขภาพ

Knowledge

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อาการเสี่ยงที่ต้องรีบหาสาเหตุและวิธีรักษา

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อาการเสี่ยงที่ต้องรีบหาสาเหตุและวิธีรักษา

เมื่อพูดถึงสุขภาพของคนทางเดินปัสสาวะที่สร้างความเจ็บปวดและกระทบต่อคุณภาพการใช้ชีวิตประจำวัน หนึ่งในนั้นก็คือ “นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ” (Bladder Stones) ซึ่งเกิดจากการสะสมของแร่ธาตุและสารแข็งในกระเพาะปัสสาวะ


ในบทความนี้จะมาไขข้อสงสัยกันว่านิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อันตรายไหม เกิดจากสาเหตุอะไร มีวิธีการรักษาหรือป้องกันอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้รู้ทันอาการและสามารถลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


Key Takeaways


  • นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นก้อนแข็งที่เกิดจากการสะสมของแร่ธาตุในกระเพาะปัสสาวะ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคทางพันธุกรรม ภาวะขาดน้ำ ภาวะต่อมลูกหมากโต
  • อาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่กระเพาะปัสสาวะมีเม็ดนิ่ว คือ ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย อั้นปัสสาวะไม่อยู่ สีปัสสาวะเปลี่ยนแปลงไป ปัสสาวะสะดุด ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะแล้วมีกรวดทรายหรือตะกอนปนในปัสสาวะ
  • การรักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะขึ้นอยู่กับขนาดของนิ่ว หากนิ่วมีขนาดเล็กกว่า 0.5 ซม. สามารถเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด หรือดื่มน้ำเพื่อให้ร่างกายขับนิ่วออกตามธรรมชาติ แต่ถ้ามีขนาดใหญ่กว่านั้นและมีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะแพทย์จะแนะนำให้ใช้ยา ทำการส่องกล้อง หรือผ่าตัด

สาเหตุของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ


โรคนิ่วเกิดจากอะไรนั้นสาเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น


  • โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมส่งผลให้เกิดการสะสมของแร่ธาตุต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคกรดในท่อไต (RTA) ภาวะ Cystinuria หรือภาวะที่มีกรดอะมิโนซิสตีน (Cystine) สูงในเลือดหรือในปัสสาวะ
  • การเคลื่อนตัวของนิ่วในไตลงมายังกระเพาะปัสสาวะ
  • ความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTIs) ท่อปัสสาวะเสียหาย ทำให้เกิดการอุดกั้นของปัสสาวะและสะสมจนกลายเป็นนิ่ว
  • ภาวะขาดน้ำ หรือดื่มน้ำน้อย ทำให้เกิดการสะสมของแร่ธาตุในปัสสาวะมากเกินไป
  • ภาวะต่อมลูกหมากโต โดยเฉพาะอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะผู้ชาย เนื่องจากต่อมลูกหมากอาจขยายตัวไปอุดทางเดินปัสสาวะบางส่วน ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับปัสสาวะออกให้หมด และก่อให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ในที่สุด
  • ทางออกกระเพาะปัสสาวะอุดตั้น (Bladder outlet obstruction) เช่น ท่อปัสสสาวะตีบ คอกระเพาะปัสสาวะตีบ
  • การรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียม หรือโปรตีนสูงเกินไป
  • การใช้ยาหรือวิตามินบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาเคลือบกระเพาะ, วิตามิน C, วิตามิน D

อาการของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ


นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อาการ

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะมักมีสัญญาณที่ชัดเจนและเป็นอาการที่ทำให้เกิดอาการไม่สบายตัวหรือกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ มีดังนี้


  • อาการปวดท้องล่างหรือบริเวณท้องน้อย บางรายอาจปวดเพียงเล็กน้อย หรือบางรายอาจมีอาการปวดที่รุนแรงมาก โดยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอาการในผู้หญิงส่วนใหญ่จะรู้สึกปวดท้องน้อยหรือปวดหัวหน่าว ขณะที่ผู้ชายจะรู้สึกปวดรอบ ๆ องคชาติและอัณฑะ
  • การปัสสาวะผิดปกติ เช่น ลำปัสสาวะหยุดเองระหว่างที่ปัสสาวะ ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน รู้สึกเจ็บปวด แสบบริเวณอวัยวะเพศเมื่อขับถ่ายปัสสาวะ ต้องเบ่งปัสสาวะอยู่ตลอด หรือกลั้นนปัสสาวะไว้ไม่อยู่
  • สีปัสสาวะเปลี่ยนแปลงไป เช่น มีสีที่เข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สีขุ่น มีตะกอนหรือกรวดทรายปนในปัสสาวะ ในบางรายอาจมีเลือดปน
  • ผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะติดเชื้อแทรกซ้อน มีโอกาสที่จะเป็นไข้ ตัวร้อน ไม่สบายร่วมด้วยได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมีอะไรบ้าง?


นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือ Bladder Stone คือก้อนแข็งที่เกิดจากการสะสมแร่ธาตุในกระเพาะปัสสาวะ มักเกิดจากกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถบีบตัวให้ปัสสาวะหมด จนเกิดการตกค้างของปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะ และเกิดการตกตะกอนตามมา สาเหตุอื่น ๆ เช่น ภาวะขาดน้ำหรือร่างกายไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงและเกิดการสะสมของแร่ธาตุต่าง ๆ มากขึ้น


นอกจากนี้ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคภัยไข้เจ็บที่ส่งผลกระทบต่อการควบคุมการปัสสาวะได้เช่นกัน เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหว รวมถึงผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต ผู้ป่วยที่มีภาวะท่อปัสสาวะตีบ


การวินิจฉัยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ


เมื่อสำรวจตัวเองหรือคนใกล้ตัวว่ากำลังเผชิญกับอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอยู่ แนะนำว่าควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโรคที่แน่ชัดพร้อมมองหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยแนวทางการวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะสามารถทำได้ดังนี้


  • แพทย์ซักประวัติสุขภาพและทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น
  • ตรวจปัสสาวะร่วมด้วยเพื่อหาความผิดปกติ หากพบปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดมากกว่าเม็ดเลือดขาว อาจแสดงถึงอาการอักเสบหรือติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้
  • เข้ารับการ X-Ray หรือ Ultrasound เพื่อดูตำแหน่งและขนาดของก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมีลักษณะแบบไหน หรืออุดตันอยู่ในทางเดินปัสสาวะส่วนไหนบ้าง
  • ในกรณีผู้ป่วยเป็นหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ไม่สามารถฉีดสีเพื่อทำการ X-Ray ได้ แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยโรคเพิ่มเติมโดยการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แทน

วิธีการรักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะ


นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ วิธีรักษา

เพื่อลดความรุนแรงของโรคหรือลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ วิธีรักษาขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของนิ่ว ซึ่งในกรณีที่แพทย์ทำการตรวจและพบว่านิ่วมีขนาดเล็กกว่า 0.5 ซม. ไม่มีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ และผู้ป่วยไม่ได้มีอาการที่รุนแรง แพทย์จะทำเพียงติดตามดูอาการเท่านั้น


ในทางกลับกัน หากผู้ป่วยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้รับการตรวจพบว่ามีการอุดกั้นของนิ่วในทางเดินปัสสาวะ หรือก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่กว่า 0.5 ซม. แพทย์จะทำการรักษา ดังนี้


  • รักษาด้วยการใช้ยา เช่น ยาขับปัสสาวะ ยายับยั้งการเกิดตะกอนแคลเซียม
  • การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ (Cystolitholapaxy) เพื่อทำให้นิ่วแตกออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ และกำจัดเศษเหล่านั้นออกจากร่างกาย
  • การผ่าตัด ในกรณีที่ใช้วิธีข้างต้นไม่ได้ผล หรือนิ่วมีขนาดที่ใหญ่และมีลักษณะผิดแปลก

ก่อนพบแพทย์เพื่อรักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?


ในกรณีที่สงสัยว่าตัวเองกำลังเผชิญกับอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แนะนำว่าควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการและรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งก่อนตัดสินใจพบแพทย์ควรสำรวจอาการตัวเองให้แน่ชัดว่ามีอะไรบ้าง ระดับอาการรุนแรงแค่ไหน พร้อมลิสต์ข้อมูลสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ตลอดจนจดชื่อยา อาหารเสริม หรือวิตามินที่ทานอยู่ให้แพทย์ทราบเพื่อการตรวจรักษาที่มีประสิทธิภาพ


การรักษาแบบทั่วไปและการป้องกันนิ่วในกระเพาะปัสสาวะทำอย่างไร?


ไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญกับอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอยู่หรือไม่ แนะนำว่าควรดูแลตัวเองให้ดีโดยการศึกษาวิธีป้องกันการเกิดนิ่ว ซึ่งมีการป้องกันนดังต่อไปนี้


  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในทุก ๆ วัน อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร
  • ควบคุมการรับประทานอาหารให้เหมาะสม เช่น ลดอาหารที่มีโซเดียมสูง ลดการทานฟาสต์ฟู้ด ลดการดื่มเครื่องเกลือแร่ น้ำกระด้าง
  • เลี่ยงการกลั้นปัสสาวะ
  • หมั่นเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ สัญญาณน่าเป็นห่วง รีบรักษาเพื่อลดความเสี่ยงอาการรุนแรง


นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ก้อนแร่ธาตุที่สะสมในกระเพาะปัสสาวะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาการสามารถดีขึ้นได้หากก้อนนิ่วมีขนาดเล็ก ร่างกายสามารถขับออกมาเองได้ แต่เมื่อไหร่ที่นิ่วในท่อปัสสาวะขนาดใหญ่ขึ้นจนส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง หรือส่งผลกระทบต่อการปัสสาวะ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้


กังวลปัญหานิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ สามารถปรึกษาได้ที่ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการคอยดูแลและให้คำปรึกษา พร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ช่องทางดังต่อไปนี้


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ


1. จะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นนิ่ว?


ผู้ป่วยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อาการเบื้องต้นที่พบได้บ่อยคือ อาการปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะลำบาก หรือเจ็บอวัยวะเพศเมื่อปัสสาวะ อยากปัสสาวะตลอดเวลา ปัสสาวะมีเลือดปน เป็นต้น ในบางราย อาจมีอาการปวดท้องเฉียบพลัน


2. นิ่วในกระเพาะปัสสาวะกับนิ่วในไตแตกต่างกันอย่างไร?


แตกต่างกันตรงที่ตำแหน่งการเกิดนิ่ว ซึ่งนิ่วในไตเกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในไต ในขณะที่นิ่วในกระเพาะปัสสาวะเกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุที่กระเพาะปัสสาวะโดยตรง อย่างไรก็ตามนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอาจเกิดขึ้นจากนิ่วในไตเคลื่อนตัวลงมาในกระเพาะปัสสาวะได้เช่นกัน


References


What are bladder stones?. (2024, November 24). WebMD. https://www.webmd.com/kidney-stones/what-are-bladder-stones


Bladder stones: Causes, symptoms, treatment & removal. (2023). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/16312-bladder-stones


Bladder stones. (2022, March 22). NHS. https://www.nhs.uk/conditions/bladder-stones/


Bladder stones: Pain, symptoms, treatments, and more. (2018, March 21). Healthline. https://www.healthline.com/health/bladder-stones

บทความที่เกี่ยวข้อง (10)

ดูทั้งหมด

Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital