บทความสุขภาพ
Knowledge

เมื่อพูดถึงสุขภาพของคนทางเดินปัสสาวะที่สร้างความเจ็บปวดและกระทบต่อคุณภาพการใช้ชีวิตประจำวัน หนึ่งในนั้นก็คือ “นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ” (Bladder Stones) ซึ่งเกิดจากการสะสมของแร่ธาตุและสารแข็งในกระเพาะปัสสาวะ
ในบทความนี้จะมาไขข้อสงสัยกันว่านิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อันตรายไหม เกิดจากสาเหตุอะไร มีวิธีการรักษาหรือป้องกันอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้รู้ทันอาการและสามารถลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
Key Takeaways
โรคนิ่วเกิดจากอะไรนั้นสาเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะมักมีสัญญาณที่ชัดเจนและเป็นอาการที่ทำให้เกิดอาการไม่สบายตัวหรือกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ มีดังนี้
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือ Bladder Stone คือก้อนแข็งที่เกิดจากการสะสมแร่ธาตุในกระเพาะปัสสาวะ มักเกิดจากกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถบีบตัวให้ปัสสาวะหมด จนเกิดการตกค้างของปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะ และเกิดการตกตะกอนตามมา สาเหตุอื่น ๆ เช่น ภาวะขาดน้ำหรือร่างกายไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงและเกิดการสะสมของแร่ธาตุต่าง ๆ มากขึ้น
นอกจากนี้ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคภัยไข้เจ็บที่ส่งผลกระทบต่อการควบคุมการปัสสาวะได้เช่นกัน เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหว รวมถึงผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต ผู้ป่วยที่มีภาวะท่อปัสสาวะตีบ
เมื่อสำรวจตัวเองหรือคนใกล้ตัวว่ากำลังเผชิญกับอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอยู่ แนะนำว่าควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโรคที่แน่ชัดพร้อมมองหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยแนวทางการวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะสามารถทำได้ดังนี้

เพื่อลดความรุนแรงของโรคหรือลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ วิธีรักษาขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของนิ่ว ซึ่งในกรณีที่แพทย์ทำการตรวจและพบว่านิ่วมีขนาดเล็กกว่า 0.5 ซม. ไม่มีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ และผู้ป่วยไม่ได้มีอาการที่รุนแรง แพทย์จะทำเพียงติดตามดูอาการเท่านั้น
ในทางกลับกัน หากผู้ป่วยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้รับการตรวจพบว่ามีการอุดกั้นของนิ่วในทางเดินปัสสาวะ หรือก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่กว่า 0.5 ซม. แพทย์จะทำการรักษา ดังนี้
ในกรณีที่สงสัยว่าตัวเองกำลังเผชิญกับอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แนะนำว่าควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการและรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งก่อนตัดสินใจพบแพทย์ควรสำรวจอาการตัวเองให้แน่ชัดว่ามีอะไรบ้าง ระดับอาการรุนแรงแค่ไหน พร้อมลิสต์ข้อมูลสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ตลอดจนจดชื่อยา อาหารเสริม หรือวิตามินที่ทานอยู่ให้แพทย์ทราบเพื่อการตรวจรักษาที่มีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญกับอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอยู่หรือไม่ แนะนำว่าควรดูแลตัวเองให้ดีโดยการศึกษาวิธีป้องกันการเกิดนิ่ว ซึ่งมีการป้องกันนดังต่อไปนี้
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ก้อนแร่ธาตุที่สะสมในกระเพาะปัสสาวะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาการสามารถดีขึ้นได้หากก้อนนิ่วมีขนาดเล็ก ร่างกายสามารถขับออกมาเองได้ แต่เมื่อไหร่ที่นิ่วในท่อปัสสาวะขนาดใหญ่ขึ้นจนส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง หรือส่งผลกระทบต่อการปัสสาวะ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
กังวลปัญหานิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ สามารถปรึกษาได้ที่ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการคอยดูแลและให้คำปรึกษา พร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ช่องทางดังต่อไปนี้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้ป่วยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อาการเบื้องต้นที่พบได้บ่อยคือ อาการปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะลำบาก หรือเจ็บอวัยวะเพศเมื่อปัสสาวะ อยากปัสสาวะตลอดเวลา ปัสสาวะมีเลือดปน เป็นต้น ในบางราย อาจมีอาการปวดท้องเฉียบพลัน
แตกต่างกันตรงที่ตำแหน่งการเกิดนิ่ว ซึ่งนิ่วในไตเกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในไต ในขณะที่นิ่วในกระเพาะปัสสาวะเกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุที่กระเพาะปัสสาวะโดยตรง อย่างไรก็ตามนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอาจเกิดขึ้นจากนิ่วในไตเคลื่อนตัวลงมาในกระเพาะปัสสาวะได้เช่นกัน
References
What are bladder stones?. (2024, November 24). WebMD. https://www.webmd.com/kidney-stones/what-are-bladder-stones
Bladder stones: Causes, symptoms, treatment & removal. (2023). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/16312-bladder-stones
Bladder stones. (2022, March 22). NHS. https://www.nhs.uk/conditions/bladder-stones/
Bladder stones: Pain, symptoms, treatments, and more. (2018, March 21). Healthline. https://www.healthline.com/health/bladder-stones
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital