บทความสุขภาพ
Knowledge
พญ. สลิษา ประดิษฐบาทุกา

อาการปวดหัวข้างเดียว หรือปวดศีรษะข้างเดียว เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย โดยอาจมีอาการ ปวดหัวข้างขวา หรือปวดหัวข้างซ้าย และมีลักษณะอาการแตกต่างกันไป ตั้งแต่ปวดตุบ ๆ ปวดตื้อ ๆ ไปจนถึงปวดบริเวณขมับ หน้าผาก หรือรอบดวงตา
หลายคนมักเข้าใจว่าอาการปวดหัวข้างเดียวเกิดจาก ไมเกรน และเลือกซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเอง แต่ในความเป็นจริง อาการดังกล่าวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การใช้สายตาเป็นเวลานาน ไปจนถึงโรคหรือภาวะทางระบบประสาทบางชนิด โดยไมเกรนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเพียงข้างเดียว และอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือไวต่อแสงและเสียงร่วมด้วย
ดังนั้น การสังเกตลักษณะอาการ ตำแหน่งที่ปวด ระยะเวลาที่เกิดอาการ และอาการร่วมต่าง ๆ จึงมีความสำคัญ หากมีอาการปวดหัวข้างขวาหรือปวดหัวข้างซ้ายที่เกิดขึ้นบ่อย รุนแรงขึ้น หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
อาการปวดหัวข้างเดียวไม่ได้เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
ไมเกรนเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดหัวข้างเดียว อาจมีอาการปวดหัวข้างขวาหรือปวดหัวข้างซ้าย เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทและหลอดเลือดในสมอง โดยมักมีอาการดังนี้
ปัจจัยกระตุ้นไมเกรน ได้แก่ ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ การอดอาหาร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และอาหารบางชนิด
แม้อาการปวดจากความเครียดมักเกิดทั้งศีรษะ แต่บางรายอาจปวดเพียงข้างเดียว โดยมีลักษณะปวดตื้อ ๆ คล้ายมีอะไรมารัดศีรษะ ร่วมกับอาการตึงบริเวณต้นคอและบ่า มักสัมพันธ์กับการทำงานหนัก ความเครียด หรือการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน
เป็นอาการปวดศีรษะที่พบไม่บ่อย แต่มีความรุนแรงมาก มักเกิดเป็นช่วง ๆ ติดต่อกันหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยมีลักษณะอาการดังนี้
หากมีการอักเสบของโพรงไซนัส อาจทำให้ปวดบริเวณหน้าผาก โหนกแก้ม หรือรอบดวงตาข้างเดียว โดยมักมีอาการร่วม เช่น
ภาวะต้อหินเฉียบพลัน สายตาผิดปกติ หรือการใช้สายตาหนักเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะข้างเดียวร่วมกับปวดรอบดวงตา ตาพร่ามัว หรือเห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ ซึ่งควรรีบพบจักษุแพทย์
แม้จะพบไม่บ่อย แต่ถือเป็นสาเหตุที่ต้องระวัง ได้แก่
โรคเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

หากมีอาการปวดหัวข้างเดียวร่วมกับอาการต่อไปนี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจ
หากอาการไม่รุนแรง สามารถดูแลเบื้องต้นได้ ดังนี้

แม้ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการ
อาการปวดหัวข้างเดียวไม่ได้เกิดจากไมเกรนเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเกิดจากความเครียด ไซนัสอักเสบ โรคทางตา หรือโรคทางสมองและหลอดเลือดสมองได้ หากอาการเกิดขึ้นบ่อย รุนแรงผิดปกติ หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที
การไม่ละเลยอาการปวดศีรษะที่ผิดปกติ อาจช่วยให้ตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการรักษา และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ไม่เสมอไป แม้ไมเกรนจะเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย แต่การปวดหัวข้างเดียวยังอาจเกิดจากปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ ไซนัสอักเสบ ปัญหาทางตา หรือโรคทางสมองได้ หากอาการเกิดขึ้นบ่อยหรือมีความรุนแรง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
อาการปวดหัวข้างเดียวร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสงหรือเสียง มักพบในผู้ป่วยไมเกรน แต่หากอาการรุนแรงผิดปกติ หรือเกิดร่วมกับแขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือหมดสติ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง
ควรพบแพทย์หากมีอาการปวดหัวข้างเดียวมากกว่า 4 ครั้งต่อเดือน ปวดต่อเนื่องหลายวัน อาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือยาแก้ปวดไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น รวมถึงเมื่ออาการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
สามารถลดโอกาสการเกิดอาการปวดหัวข้างเดียวได้ด้วยการนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารตรงเวลา ดื่มน้ำให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรืออาหารที่กระตุ้นไมเกรนในแต่ละบุคคล
แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง (4)
ดูทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง (10)
ดูทั้งหมด
บทความที่คุณอาจสนใจ (0)
ดูทั้งหมด
แจ้ง JCI เรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย
หากท่านต้องการแสดงความคิดเห็นหรือมีข้อเสนอแนะ ส่ง Email ถึงเราได้ที่ [email protected]
Copyright © 2024 All Rights Reserved | Praram 9 Hospital